เป็นตาของเฮ่อจือหร่านที่ก้าวเข้ามาสอบถาม“หนานเหิง ข้าขอถามเจ้า เมื่อพี่สี่ตายเพราะช่วยชีวิตเจ้า ท าไมเจ้าถึงไม่พูดความจริง?”เมื่อได้ยินค าพูดนั้น สายตาของหนานเหิงก็ดูลังเลเล็กน้อยโดยเฉพาะเวลาเผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย
“พวกเจ้าสกุลโม่มักจะเอนเอียงเข้าหาฝั่งหนานฉีอยู่แล้ว หากข้าเปิดเผยสาเหตุการตายแท้จริงของโม่ซิวเหยียนไป เกรงว่าพวกเจ้าคงจะรีบไปเข้าร่วมกับหนานฉีแล้ว”เฮ่อจือหร่านมองโม่จิ่วเยี่ยแวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้ บ่งบอกว่าไม่มีข้อโต้แย้งกับค าตอบของหนานเหิงนางจึงถามต่อ “นอกจากเรื่องของพี่สี่แล้ว เจ้ายังท าอะไรกับสกุลโม่อีก?”หนานเหิงยังคงมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“ก่อนหน้าที่สกุลโม่จะถูกเนรเทศ ข้าได้ติดสินบนบ่าวรับใช้ในจวนฮู่กั๋วกงไปวางยาพิษลงในบ่อน ้า”ส าหรับประเด็นนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่มีข้อโต้แย้งเช่นกันในตอนนั้น คนแรกที่เขานึกถึงว่าอาจจะเป็นคนวางยาพิษก็คือหนานเหิงโชคดีที่มีเฮ่อจือหร่านอยู่ คนสกุลโม่จึงรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนั้นมาได้เฮ่อจือหร่านถามต่อ “ยังมีอะไรอีก?”หนานเหิงคิดสักครู่แล้วตอบ “ยังมีอีกเรื่อง ข้าบังเอิญพบว่าโม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่ และเขาก็ถูกกู่หุ่นเชิดของอวิ๋นหลี่เล่นงาน”
เมื่อนึกถึงโม่อวิ๋นเฟิงที่เคยน าคนมาปราบปรามกลุ่มเหยียนปางที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากล าบาก ก็เกิดความคิดที่จะให้เขามาท างานให้ตนเองเฮ่อจือหร่าน “ท าไมเจ้าถึงต้องท าแบบนี้?”หน