่อวิ๋นเฟิงได้ถูกน าออกไปเรียบร้อยแล้ว แม้นางจะตาย ก็จะตายพร้อมกับกู่แม่ที่นางเลี้ยงไว้เท่านั้น ไม่ส่งผลกับโม่อวิ๋นเฟิงเลยแม้แต่น้อยนางเห็นโม่จิ่วเยี่ยยังไม่พูดอะไร จึงหัวเราะเยาะว่า “ฮ่า ๆ …เป็นอย่างไรเล่าโม่จิ่วเยี่ย เจ้ากลัวแล้วสินะ? แต่ถ้าเจ้าปล่อยข้าไปเสียตอนนี้ บางทีถ้าข้าอาจอารมณ์ดี ปล่อยตัวโม่อวิ๋นเฟิงไปก็ได้ แต่ถ้าเจ้ายังดื้อดึงไม่ยอม…”อวิ๋นหลี่ก้มลงมองแขนที่ถูกตัดขาดของตัวเอง
“ถึงอย่างไรตอนนี้ข้าก็กลายเป็นคนพิการไปแล้ว ตายไปก็ไม่เป็นไรหรอก”โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับนางอีก ยกมีดในมือขึ้นฟันตัดแขนอีกข้างของอวิ๋นหลี่ทันที่มือขาวเนียนเปื้อนเลือดตกลงบนพื้น เฮ่อจือหร่านท าเป็นไม่เห็นเดินเข้าไปช่วยเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาบนหน้าผากของโม่จิ่วเยี่ยเพราะคลื่นอารมณ์ที่รุนแรงเกินไปนางสามารถเข้าใจความเกลียดชังในใจของโม่จิ่วเยี่ยได้หากเป็นนางคงไม่ต้องพูดถึงการฟันแขนขาดในดาบเดียว แม้แต่การเฉือนเนื้อเถือหนังอวิ๋นหลี่เป็นหมื่น ๆ ชิ้นก็ยังไม่อาจระบายความแค้นในใจได้การเลี้ยงดูกู่หุ่นเชิดที่ชั่วร้ายเช่นนั้นมาท าร้ายคนอื่น ช่างเป็นสิ่งที่สวรรค์ไม่อาจยอมรับนึกถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านจึงหมุนตัวกลับไปที่ห้องพยาบาลที่นั่นนางมีขวดน ้ายาที่คนจากบางประเทศคิดค้นขึ้นมาเพื่อทรมานเชลยโดยเฉพาะการใช้น ้ายานี้กับคนอย่างอวิ๋นหลี่ ช่างเหมาะสมที่สุดนัก
เฮ่อจือหร่านถือขวดน ้ายาเล็ก ๆ กลับมา นางเปิดฝาข