กไม้อีกสิบกว่าชิ้น ประมาณนี้”โม่จิ่วเยี่ยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองแม้ว่าภาพวาดอักษรและแจกันดอกไม้เหล่านั้นจะมาจากท้องพระคลัง แต่ก็ไม่ใช่ของที่มีมูลค่ามากที่สุดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยถึงกับรู้สึกเสียดายพลางเอ่ยว่า “ถูกเกินไปแล้ว”“ท่านยังรู้สึกว่าห้าสิบล้านถูกอีกหรือ?”
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว ในชาติก่อนนางเป็นคนที่อาศัยเงินช่วยเหลือในการด ารงชีวิต ห้าสิบล้านถือเป็นเงินก้อนมหาศาลอย่างแท้จริงโม่จิ่วเยี่ยตอบอย่างจริงจัง“ตอนที่ข้าน าทัพบุกเข้าวังของศัตรู จักรพรรดิองค์นั้นชอบสะสมของพวกนี้ ตอนนั้นข้ายังไม่ค่อยสนใจด้วยซ ้า”หลังได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงสมบัติของศัตรู เฮ่อจือหร่านก็นึกถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาช่วยกันขนของจากท้องพระคลังทันที่ความรู้สึกอันน่าตื่นเต้นในเวลานั้น ตอนนี้นางยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนนางไม่เข้าใจว่าท าไมโม่จิ่วเยี่ยถึงไม่สนใจของพวกนั้นนะ“ท าไมท่านถึงไม่สนใจเล่า?”“สงครามเกิดขึ้นติดต่อกันหลายปี ประชาชนของทั้งสองประเทศแทบจะอดตาย ของพวกนั้นกินไม่ได้ ในสายตาของข้ามันก็แค่กองขยะที่สวยหรูแต่ไร้ประโยชน์”โม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกสะท้อนใจอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ของสมบัติมากมายเหล่านั้น นางก็ถามว่า “อย่าบอกนะว่า สมบัติในวังของศัตรูทั้งหมดถูกคุณส่งมอบให้ราชส านักไปแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยส่ายหน้า “สมบัติเหล่านั้นถูกแลกเป็นเงินทั้งหมด ส่วนหนึ่งแจกจ่ายเป็นราง