หลังจากกินซาลาเปาหนึ่งลูกกับเนื้อวัวหมักไป โม่ชูหานก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างเขาพยายามเร่งฝีเท้า หวังว่าจะได้กลับไปพบกับครอบครัวเร็ว ๆเมื่อมาถึงบริเวณจุดพักแรม โม่จิ่วเยี่ยจงใจไม่หลบพวกเจ้าหน้าที่ยามที่เฝ้าอยู่ในเมื่อต่อไปพี่แปดจะต้องร่วมเดินทางไปซีเป่ยกับพวกเขา ก็ไม่จ าเป็นต้องปิดซ่อนตัวตนอีกแล้วส่วนคนที่ต้องการเอาชีวิตพวกเขาลับหลัง ถึงพี่แปดไม่ปรากฏตัวมา อีกฝ่ายก็ต้องลงมือเหมือนเดิมเสียงฝีเท้าของทั้งสามคนดังพอสมควร แม้เจ้าหน้าที่ยามสองคนจะงัวเงียอยู่บ้าง แต่ก็ยังได้ยินเสียงท้องฟ้ายามนี้มืดมิดมาก เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นใบหน้าของคนที่มา เห็นแค่เงาร่างคนสามคนเท่านั้น“ใครน่ะ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนถาม“ท่านเจ้าหน้าที่ เป็นพวกเราเอง” เฮ่อจือหร่านตอบนางพูดในบริเวณที่ค่อนข้างใกล้กับต าแหน่งของกระโจมของคนสกุลโม่
สตรีสกุลโม่ได้ยินเสียงของนาง ด้วยคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงทยอยออกมาจากกระโจมเพื่อตรวจสอบ“สะใภ้เฮ่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามด้วยน ้าเสียงตกใจในตอนนี้ เจ้าหน้าที่เฝ้ายามก็เดินมาตรวจสอบ พลางถามว่า“เฮ่อจือหร่าน ท าไมพวกเจ้ายังไม่พักผ่อนอีก ออกมาท าอะไรกัน?”เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบค าถามของเจ้าหน้าที่ทันที่ เพราะนางเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเดินช้า ๆ มาทางโม่ชูหานแล้วฮูหยินผู้เฒ่าขยี้ตาแรง ๆ แล้วพินิจโม่ชูหานอย่างละเอียด“ชูหาน?”โม่ชูหานคุกเข่าลงตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ ลูกอกตั