เฮ่อจือหร่านมองโม่ชูหานที่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติ“ท่านคิดไว้หรือยังว่าจะพาพี่แปดไปพบท่านแม่กับพี่สะใภ้อย่างไร?”โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาพาโม่ชูหานเข้ามาในพื้นที่มิติตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกมากแล้วถ้าพูดความจริงว่าพี่แปดเป็นหนึ่งในคนชุดด าที่มาลอบสังหารเขา คงอธิบายเรื่องทั้งวันนี้ไม่ได้หลังจากคิดสักพักหนึ่ง เขาจึงพูดว่า “พวกเราออกไปไกลสักหน่อย แล้วบอกว่าข้าได้ยินเสียงบนภูเขา ตอนออกไปตรวจสอบก็เจอพี่แปดเข้า”เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “อืม แบบนี้ก็ดี”ขณะทั้งสองพูดคุยกัน เวลาครึ่งชั่วยามก็ผ่านไปแล้วน ้าเกลือของโม่ชูหานหมดพอดี เฮ่อจือหร่านพาโม่จิ่วเยี่ยออกไปจากพื้นที่มิติด้วยกันพวกเขาค่อย ๆ ออกไปจากที่พักอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ห่างไกลเมื่อรู้สึกว่ามาไกลจากจุดพักพอสมควรแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงหยุดฝีเท้า
“ตรงนี้แหละ!”“ได้” เฮ่อจือหร่านพูดจบ โม่ชูหานก็ปรากฏตัวขึ้นบนพื้นที่โล่งตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าพี่แปดยังไม่ฟื้น จึงหาฟืนแห้งมาก่อกองไฟผ่านไปพักใหญ่ นิ้วมือของโม่ชูหานก็ขยับ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆลืมตาขึ้นโม่ชูหานจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอยู่นานอย่างไม่อยากเชื่อสายตาน ้าเสียงของเขาทั้งแหบพร่าและอ่อนแรง “น้องเก้า?”โม่จิ่วเยี่ยน ้าตาคลอเบ้าอีกครั้ง เขาคว้ามือของโม่ชูหานไว้แน่นพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พี่แปด ข้าเอง ข้าคือจิ่วเยี่ย”โม่ชูหานยื่นมืออันสั่นเทาออกไป คิดจะสัมผัสโม่จิ