เฮ่อจือหร่านไม่รู้เหตุผลที่โม่จิ่วเยี่ยห้ามนางลงมือ แต่นางก็เชื่อฟังและไม่ได้ท าอะไรโม่จิ่วเยี่ยไม่ให้นางท าร้ายชายชุดด าคนนั้น แน่นอนว่าเขาต้องการจับเป็นแต่นางสังเกตว่าโม่จิ่วเยี่ยหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าอีกฝ่ายจะโจมตีอย่างเอาเป็นเอาตายทุกครั้ง เขากลับไม่มีท่าทีจะตอบโต้เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยตกอยู่ในอันตราย นางจึงตัดสินใจเปลี่ยนเกาทัณฑ์แขนเสื้อเป็นปืนยาสลบนางเล็งไปที่ไหล่ซ้ายของชายชุดด า เสียงดัง ‘ปัง’ เกิดขึ้น ร่างของชายชุดด าโงนเงนสักพักแล้วเอนล้มไปด้านหลังโม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าแขนทั้งสองข้างของชายชุดด าไว้ พร้อมกับค่อย ๆ วางร่างนั้นลงบนพื้น แล้วเอื้อมมือไปเปิดผ้าปิดหน้าออกเมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยนั้น น ้าตาของชายหนุ่มก็เริ่มคลอเบ้า“พี่แปด เป็นท่านจริง ๆ ท่านยังมีชีวิตอยู่…”เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็รีบเข้าไปใกล้ แววตานางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“คนผู้นี้คือพี่ชายคนที่แปดของท่านหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าอย่างยากล าบาก “ตอนที่ข้าต่อสู้กับเขา ข้าเห็นว่าท่าทางของเขาดูคุ้นตานัก ดังนั้นข้าจึงลองทดสอบคนไปพร้อมกับต่อสู้ และสามารถยืนยันได้ว่าวิชายุทธ์ที่เขาใช้มาจากสกุลโม่ แต่ไม่รู้ว่าท าไม พอข้าถามว่าเขาเป็นใคร เขาเหมือนไม่ได้ยินค าพูดของข้า ซ ้ายังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เหมือนเป็นหุ่นเชิดที่เข้ามาโจมตีข้าไม่หยุด”เฮ่อจือหร่านรีบยื่นมือไปจับชีพจรของโม่ชูหาน พลางขมวด