ยังคงถือปืนพกเดินมาต้อนรับทั้งสองคนหลังเห็นว่าทั้งคู่กลับมาอย่างปลอดภัย พวกนางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สะใภ้รองโกรธจัดและด่าทอว่า “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าคนพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่ สกุลโม่ของเราถูกเนรเทศมาไกลถึงขนาดนี้แล้วยังจะตามมาไล่ล่าท าไมอีก”พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉยเหมือนทุกครั้ง พวกนางต่อว่าคนที่คิดจะท าร้ายโม่จิ่วเยี่ยตามสะใภ้รองเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพวกพี่สะใภ้ไม่สบายใจ จึงไม่ได้ห้ามปรามพวกนางทั้งสองคนตกลงกันระหว่างทางกลับมาแล้วว่า เฮ่อจือหร่านจะแกล้งท าเป็นข้อเท้าพลิก แล้วใช้ข้ออ้างนี้นั่งรถลากไป ด้วยวิธีนี้ นางจะมีโอกาสเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อช่วยรักษาโม่ชูหานดังนั้น หลังจากเดินกลับมาได้ไม่นาน เฮ่อจือหร่านก็แสร้งเหยียบก้อนหินอย่างจงใจ“โอ๊ย!…”โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปประคองนางทันที่“เป็นอะไรไป?”“ข้าแค่เท้าแพลง”ขณะที่พวกพี่สะใภ้ทั้งหลายก าลังจะเข้ามาแสดงความห่วงใย โม่จิ่วเยี่ยก็อุ้มเฮ่อจือหร่านขึ้นมา“ข้าจะไปบอกพี่เผิงว่าวันนี้นางจะนั่งรถลากเดินทาง”
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเท้ายาว ๆ ทิ้งพี่สะใภ้ทั้งหลายไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็วเมื่อกลับถึงจุดพัก โม่จิ่วเยี่ยก็อธิบายสาเหตุให้เผิงวั่งฟัง แล้วอุ้มเฮ่อจือหร่านขึ้นไปบนรถลากเผิงวั่งเข้ามาสอบถามสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเรื่องวุ่นวายได้รับการแก้ไขแล้ว จึงจัดการให้คนออกเดินทางต่อเฮ่อจือหร่านเข้าไปในรถลาก แล้วรีบเข้าสู่พื้นที่