ดังนั้นโจวเหล่าปาจึงรับกระบี่ใหญ่คืนจากเฮ่อจือหร่าน หั่นเนื้อหมีสดออกเป็นชิ้น ๆ แล้วเลียนแบบวิธีของนาง ใช้เถาวัลย์มัดให้แน่นเตรียมพกติดตัวขึ้นเขาไปด้วยกันเมื่อเห็นว่ายังเหลือเนื้ออีกมาก โจวเหล่าปาก็รู้สึกเสียดาย เขาเสนออย่างเกรงใจว่า“ข้าออกตามหาพวกเจ้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย ไม่สู้พวกเราย่างเนื้อหมีกินกันตรงนี้สักหน่อย ไว้กินอิ่มแล้วค่อยเดินทางออกจากหุบเขา”ค าพูดของเขาไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย หลังจากตกลงกับเผิงวั่งในกลางดึกว่าจะออกไปตามหาโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน โจวเหล่าปาก็ไม่รีรออีก เขาถือคบเพลิงออกตามหาเพียงล าพังไปตามทิศทางที่พวกเขาหายไปหลังจากนั้นก็พบศพของคนชุดด ามากมาย จนกระทั่งเขาตามมาถึงหน้าผา และสังเกตเห็นว่าที่นั่นมีรอยเท้าคนเหยียบย ่าไว้มากมายหน้าผาตรงนั้นแทบจะเป็นจุดสิ้นสุดของภูเขาลูกนี้แล้ว เขาเดาว่าทั้งสองคนอาจจะตกลงไปจากตรงนี้ดังนั้น เขาจึงรีบลงเขามาตอนกลางดึก กระทั่งเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้
ไม่ต้องให้โจวเหล่าปาพูดอะไรมาก เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าการที่อีกฝ่ายสามารถหาพวกเขาเจอในหุบเขานี้ได้ ต้องใช้เวลาไม่น้อยแน่นอนเดินทางมานานขนาดนั้น ถ้าเขาไม่รู้สึกหิวก็นับว่าแปลกมากแล้ว“เอาล่ะ พวกเรามาย่างเนื้อหมีกันตรงนี้เลยเถอะ กินจนอิ่มแล้วค่อยออกเดินทางต่อ”เพื่อเป็นการดูแลชายหนุ่มทั้งสองที่ได้รับบาดเจ็บ เฮ่อจือหร่านจึงอาสาจัดการก่อไฟท าที่ย่างเองนางใช้กิ่งไม้เ