ง จึงตอบรับแล้วเดินตามโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในกระโจมด้วยกันหลังจากพักผ่อนกันครู่หนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็ชวนโม่จิ่วเยี่ยขึ้นเขาไปส ารวจดูบริเวณโดยรอบการที่บอกว่าไปส ารวจนั้น ความจริงแล้วนางคิดว่าคนในสกุลโม่ล้วนเป็นสตรี จึงอยากหาไม้มาท าเป็นไม้เท้าไว้ใช้ปีนเขาง่าย ๆ ให้พวกนางเผื่อเวลาเจอเส้นทางขึ้นเขาที่เดินล าบาก พวกนางจะได้มีอุปกรณ์ช่วยทั้งสองช่วยกันท าไม้เท้าปีนเขาประมาณสิบอันเสร็จก็น ากลับไปเมื่อเห็นว่าในมือของทั้งคู่มีของแปลกใหม่มาอีกแล้ว คนตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางต่างก็พากันถามถึงประโยชน์ของมันจากนั้นจึงพากันท าตามบ้าง
หลังจากผ่านค ่าคืนไปอย่างปลอดภัย พอเช้าวันต่อมา ทุกคนก็ทานอาหารกันอย่างง่าย ๆ เก็บสัมภาระและข้าวของต่าง ๆ เสร็จก็สะพายไว้บนหลัง ก่อนจะออกเดินทางขึ้นเขาพร้อมกับเหล่าเจ้าหน้าที่ช่วงแรกยังพอไหว เพราะทุกคนพักผ่อนมาทั้งคืน ร่างกายจึงมีก าลังแข็งแรงดี แต่พอเดินไปได้หนึ่งชั่วยามก็เริ่มมีคนเหนื่อยล้ารั้งท้ายเป็นระยะโดยเฉพาะคนตระกูลเหอ พวกเขาต้องแบกหรือหามเหอหมิงอยู่ตลอดเวลา จึงมักจะเดินตามหลังขบวนอยู่บ่อย ๆแม้พวกเจ้าหน้าที่จะใช้แส้หวดข่มขู่ให้พวกเขาเร่งฝีเท้า แต่ก็ไม่อาจเดินได้เร็วกว่านี้ด้วยเหตุนี้ เผิงวั่งจึงจ าต้องน าขบวนเดิน ๆ หยุด ๆแต่ความเร็วในการเดินทางเช่นนี้ กลับกลายเป็นผลดีต่อโม่จิ่วเยี่ยเขาจึงมักจะอาศัยจังหวะนั้น ล่าสัตว์ตามพุ่มไม้ข้างทางหรือสถานที่ต่าง ๆส่วนเฮ่อจือหร่