ุดขุนนางนายอ าเภอยืนอยู่ไกล ๆ ก าลังสั่งให้คนยกศพไปไว้บนที่สูงขณะเฮ่อจือหร่านและอีกสองคนก าลังสังเกตท่านนายอ าเภอสายตาของอีกฝ่ายก็มองตรงมาที่พวกเขาถ้าไม่ใช่เผิงวั่งยังสวมชุดเจ้าหน้าที่ เขาอาจจะคิดว่าคนพวกนี้เป็นชาวบ้านที่รอดชีวิตท่านนายอ าเภอสั่งการลูกน้องสองสามค าแล้วเดินลุยน ้ามายังพวกเขาทางเผิงวั่งก็พาเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยเดินเข้าไปหา
เมื่อทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน นายอ าเภอและเผิงวั่งก็จดจ ากันได้การพบคนรู้จักเผิงวั่งย่อมรู้สึกยินดีมาก“น้องชายเมิ่งใช่หรือไม่”เมิ่งไห่หนิงยกมือคารวะเผิงวั่ง “พี่เพิ่ง นานแล้วที่พวกเราไม่ได้พบกัน”ขณะเดินเข้าใกล้เมิ่งไห่หนิงซึ่งอยู่ห่างออกไป เผิงวั่งก็แนะน าชายผู้นั้นให้กับโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเบา ๆ“เขาคนนี้คือคุณชายเมิ่งไห่หนิง หลานชายของท่านเสนาบดีเมิ่งของจักรพรรดิองค์ก่อน”โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้จักเมิ่งไห่หนิง แต่เขาคุ้นเคยกับท่านเสนาบดีเมิ่งที่เผิงวั่งกล่าวถึงท่านเสนาบดีเมิ่งเป็นดั่งมือขวาขององค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นเสาหลักของราชวงศ์ต้าซุ่นเลยก็ว่าได้จนกระทั่งจักรพรรดิซุ่นอู่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงต้องการรวบรวมอ านาจไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว จึงอ้างเหตุผลว่าท่านเสนาบดีเมิ่งชรามากแล้ว จึงให้เขากลับมาบ้านเกิดไปใช้ชีวิตในบั้นปลายจากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า ท่านเสนาบดีเมิ่งเสียชีวิตระหว่างทางกลับบ้านเกิด
เฮ่อจ