่งเป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมา ส่วนน้องชายโม่ก็เป็นคนซื่อตรง พูดจาตรงไปตรงมาเช่นกัน ข้าเห็นว่าพวกเจ้าควรเรียกกันว่าพี่น้องให้ดูสนิทสนมกันดีกว่า”เมื่อโม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้น จึงรีบบอกอายุของตนเอง “ตอนนี้ข้าอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ไม่ทราบว่าท่านอายุเท่าใด”
เมิ่งไห่หนิงยิ้ม “ข้าอายุมากกว่าเจ้าหนึ่งปี หากเจ้าไม่รังเกียจเรียกข้าว่าพี่เมิ่งเถอะ”“พี่เมิ่ง”หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย เผิงวั่งก็ไม่ลืมจุดประสงค์ของการมาที่นี่เขาจึงน าค าแนะน าของเฮ่อจือหร่านมาบอกกับเมิ่งไห่หนิงปฏิกิริยาของเมิ่งไห่หนิงหลังจากได้ฟัง ท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกไม่ผิดหวังเขาเป็นคนอย่างที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์จริง ๆ ไม่ใช่คนหัวโบราณ แต่กล้าคิดกล้าท าและเฉลียวฉลาดถึงแม้เมิ่งไห่หนิงจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอของเผิงวั่งในทันที่ แต่เขาก็ยังไม่ตัดสินใจเช่นกันเพื่อยืนยันถึงข้อดีข้อเสียทุกอย่าง เขาจึงซักถามรายละเอียดและสาเหตุอย่างถี่ถ้วนแม้เผิงวั่งจะเป็นคนเสนอความคิดนี้ แต่เขากลับไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนั้น เขาจึงผลักให้เฮ่อจือหร่านเป็นคนอธิบายแทน แม้เฮ่อจือหร่านจะเป็นสตรี แต่เมิ่งไห่หนิงก็ไม่ได้ดูถูกนางแม้แต่น้อย
“น้องสะใภ้หมายความว่า ต้องเผาศพของชาวบ้านเหล่านี้ทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?”เฮ่อจือหร่านกล่าวอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และข้าต้องบอกพี่เมิ่งให้นรู้ว่า คนในหมู่บ้านที่อพยพขึ้