ขณะที่ทั้งสองก าลังพูดคุยกัน เสียงฝีเท้าและเสียงร้องไห้ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ชาวบ้านซึ่งเห็นแสงไฟมาจากช่องเขาฝั่งนี้ ต่างก็พากันมุ่งหน้ามาทางพวกเขาไม่นานนัก ท่ามกลางทัศนวิสัยที่เต็มไปด้วยความมืดและสายฝนก็ปรากฏเงาร่างของผู้คนกลุ่มหนึ่งขึ้น เมื่อสังเกตอย่างชัดเจนก็พบว่าผู้ที่น ากลุ่มคนเหล่านั้นมาคือผู้ใหญ่บ้านหลิวเผิงวั่งตะโกนถามว่า “หลิวหลี่ ข้างล่างนั่นเป็นอย่างไรบ้าง”ทันทีที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ผู้ใหญ่บ้านหลิวก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้น ยังไม่ทันจะยืนให้ดีเขาก็พูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะข้าไม่ฟังค าเตือนของท่าน ตอนนี้หมู่บ้านถูกน ้าท่วมไปจนหมดแล้ว ผู้คนที่หนีรอดออกมาได้มีไม่ถึงสามส่วน”ผู้ใหญ่บ้านหลิวถึงกับร้องไห้ออกมา ท่าทางของเขาน่าเวทนายิ่งนักชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังก็ร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆพวกเขาต่างก็พากันมารวมตัวกันที่หน้าถ ้า เมื่อประมาณดูน่าจะมีสี่สิบห้าสิบคนและส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว มีเพียงเด็ก สตรีและคนชราอยู่อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่า คนที่ไม่ได้ขึ้นเขามาด้วย คงประสบเคราะห์ร้ายเผิงวั่งและโม่จิ่วเยี่ยนึกถึงคนจ านวนมากที่ต้องมาตายในเหตุการณ์น ้าท่วม ก็พากันทอดถอนหายใจคงจะเป็นอย่างค าโบราณกล่าวเอาไว้ว่าภัยธรรมชาติไม่มีความปรานีแต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาโศกเศร้า เผิงวั่งกวาดตามองไปรอบๆ แล้วตัดสินใจทันที่“ให้พวกผู้หญิงทั้งหมดไปที่ถ ้าข