ญ่บ้านอีกครั้งเฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเผิงวั่งพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างไร รู้เพียงแต่ว่าตอนที่เขาเดินออกมาจากห้อง สีหน้าของเขากลับดูสิ้นหวังอยู่บ้างเขาท าทุกอย่างเต็มที่แล้ว เผิงวั่งจึงไม่รู้สึกผิดในใจอีก เขาออกค าสั่งให้กลุ่มนักโทษที่ยังสับสนอยู่ขึ้นไปบนเขาพี่สะใภ้ทั้งหลายเดินออกมาจากห้องพัก มือของพวกนางก าผ้าห่มและข้าวของแน่นเฮ่อจือหร่านเอ่ยปากว่า “พี่สะใภ้ ผ้าห่มพวกนี้เปียกหมดแล้วท่านทิ้งไปเถอะ”“น้องสะใภ้เก้า ผ้าห่มพวกนี้หายากนัก ข้าไม่ล าบากหรอก แค่เอาไปตากให้แห้งก็ใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว” สะใภ้รองตอบ
“ใช่แล้วน้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ห้าก็สามารถพามันไปได้ ไม่กลัวความล าบากสักนิด”“พี่สะใภ้เจ็ดก็ท าได้”“…”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าพวกพี่สะใภ้เคยเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวงความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติจึงมีไม่มากนักด้วยความจนใจ นางจึงต้องอธิบายด้วยเหตุผลอย่างอดทน“พวกท่านก็ได้สัมผัสกับการเดินทางเมื่อครู่นี้ไปแล้ว ถนนที่เป็นโคลนตมนั้นยากล าบากแค่ไหนเมื่อพวกเราต้องแบกของหนักไปด้วยยิ่งเป็นเส้นทางบนภูเขาด้วยแล้ว แค่ก้าวพลาดไปเล็กน้อยก็อาจลื่นไถลลงมาได้ การแบกสัมภาระที่หนักและไม่จ าเป็นต้องใช้ในตอนนี้จึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดเลย”แม้เหล่าพี่สะใภ้จะรู้ว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดมานั้นมีเหตุผล แต่พวกนางก็ยังอาลัยอาวรณ์ไม่อยากทิ้งมันไปเมื่อเห็นสีหน้าล าบากใจของพวกนาง ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเจ้าฟังสิ่งที