หมวกสานบนศีรษะของคนสกุลโม่ถูกฝนสาดกระหน ่าจนเปียกโชกอย่างรวดเร็ว ประโยชน์เดียวที่ยังพอมีอยู่ คือสามารถป้องกันไม่ให้น ้าฝนตกลงใส่ใบหน้าโดยตรงเฮ่อจือหร่านปรับตัวตามสถานการณ์ทันที่ นางให้ทุกคนกางกระโจมออกเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นเครื่องก าบังฝนชั่วคราวพื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มลื่นไถลขึ้นเรื่อย ๆเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยรีบวิ่งไปหาฮูหยินผู้เฒ่า เพราะกลัวว่านางจะเผลอลื่นล้มฮูหยินผู้เฒ่าเดินด้วยความยากล าบากจริง ๆ นางรู้สึกว่าตัวเองก้าวได้มั่นคงก็เมื่อถูกบุตรชายและลูกสะใภ้ช่วยกันพยุงเหล่าพี่สะใภ้ต่างพากันช่วยโม่หานเยี่ยอยู่เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนยังต้องพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกด้วยผู้คนจากตระกูลอื่น ๆ ต่างพากันท าตามคนสกุลโม่ เดินตามติดพวกเขาไปในเวลานี้ คนที่ล าบากที่สุดคือคนตระกูลเหอไม่เพียงพวกเขามักจะกินไม่อิ่มและนอนไม่หลับ แต่ยังไม่มีเครื่องมือใด ๆ ที่สามารถป้องกันสายฝนได้ และตอนนี้พวกเขายังต้องเข็นเกวียนไม้หนัก ๆ ไปข้างหน้าอย่างยากล าบากอีก
ชะตากรรมของพวกเขาในตอนนี้ช่างตรงกับค าว่า ‘ผีซ ้าด ้าพลอย’ เสียจริงและสิ่งที่ยิ่งสร้างความปวดหัวมากขึ้นไปอีกคือ เกวียนไม้กลับติดหล่มโคลนในตอนนี้อีกยามนี้คนตระกูลเหอนอกจากเหอจื่อหยวนที่เป็นชายฉกรรจ์แล้วทุกคนล้วนเป็นคนแก่ เด็กและสตรี ล าพังแค่คนไม่กี่คนมาช่วยกันก็ไม่สามารถดึงเกวียนไม้ออกมาได้พวกเจ้าหน้าที่ที่ก าลังรีบเร่งเดินทางอยู่แล้ว พอเห็นค