นตระกูลเหอก าลังเจอเรื่องยุ่งยาก พวกเขาก็ไม่รอช้า เดินปรี่เข้ามาฟาดแส้ใส่ไปหลายที่คนตระกูลเหอต่างร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเมื่อคิดว่าบนเกวียนไม้ยังมีเสบียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้ของสกุลโม่โม่จิ่วเยี่ยจึงฝากฮูหยินผู้เฒ่าไว้กับเฮ่อจือหร่าน จากนั้นก็เดินก้าวฉับ ๆ ไปยังเกวียนไม้เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยเดินเข้ามา คนตระกูลเหอก็หยุดร้องโอดครวญทันที่
โม่จิ่วเยี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขา รีบใช้สองมือจับเกวียนไม้แน่น แล้วออกแรงดึงเพียงครั้งเดียว เกวียนไม้ก็หลุดออกมาจากดินโคลนหลังเห็นโม่จิ่วเยี่ยลากเกวียนไม้จากไปไกลแล้ว เหอจื่อหยวนก็รีบปาดเม็ดฝนบนใบหน้า แล้วตามขึ้นไปช่วยเข็นเกวียนอย่างรู้หน้าที่ด้วยความช่วยเหลือจากโม่จิ่วเยี่ย ในที่สุดคนตระกูลเหอก็ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไปเหอจื่อหยวนมองร่างสูงสง่าที่อยู่เบื้องหน้า “ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ”การที่โม่จิ่วเยี่ยเลือกมาลากเกวียนไม้ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการช่วยเหลือคนตระกูลเหอเพียงได้ยินเหอจื่อหยวนเอ่ยขอบคุณ เขาจึงกล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นชาว่า “ข้าท าเพราะเสบียงของตัวเอง ท่านอย่าคิดมากเลย”ค าขอบคุณของเหอจื่อหยวนนั้นมาจากใจจริง ไม่ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะลากเกวียนไม้ด้วยท่าทีเช่นไร แต่เขาก็ช่วยเหลือตระกูลเหอให้รอดพ้นจากวิกฤตยามนี้ได้“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณเจ้าส าหรับเรื่องนี้”โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงก้มหน้าลงแล้วลากเกวียนต่อไป…
สายฝนยังคงเท