เฮ่อจือหร่านจงใจเขย่ากาสุราในมือแล้วเอ่ยว่า “ท่านอ๋อง สุราหมดแล้ว”ตอนนี้หนานฉีอยากจะเตะเฮ่อจือหร่านออกไปนอกหน้าต่างเสียจริง แต่เขายังท าตามจุดประสงค์ไม่ส าเร็จ จึงต้องอดทนต่อไป“เอาสุรามาเพิ่มอีกกา”น่าเสียดาย สุราที่น ามาใหม่ไม่ใช่กาสุราหยวนหยางเหมือนก่อนหน้านี้หนานฉีคิดว่า เมื่อกาสุราใบใหม่มาถึง เฮ่อจือหร่านคงจะไม่ยึดกาสุราหยวนหยางนั้นไว้คนเดียวอีก เขาจะต้องหาโอกาสลอบวางยาพิษลงในจอกสุราของโม่จิ่วเยี่ยได้แน่นอนแต่เฮ่อจือหร่านกลับไม่ท าตามแผนที่เขาคิดไว้ นางไม่ยอมรินสุราให้พวกเขาอีกไม่เพียงเท่านั้น นางยังวางกาสุราไว้ข้างกาย“ข้าท างานหนักมาครึ่งค่อนวัน ตอนนี้รู้สึกหิวแล้ว”พูดจบ นางก็เริ่มลงมือทานอาหารบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อยหนานฉีเกือบจะถูกเฮ่อจือหร่านท าให้โมโหตายทว่าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ เขาจึงพยายามอดกลั้นความโกรธในใจเอาไว้ แล้วร ่าสุรากับโม่จิ่วเยี่ยต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าถึงเวลาอันสมควรแล้ว จึงเอ่ยปากขึ้นว่า“ท่านยังจ าปานรูปจันทร์เสี้ยวที่ไหล่ซ้ายของข้าได้หรือไม่”หนานฉีพยักหน้าเล็กน้อยด้วยฤทธิ์สุรา “แน่นอนว่าข้าจ าได้ตอนเด็ก ๆ พวกเรามักจะแอบไปอาบน ้าที่บ่อน ้าพุร้อนของเสด็จพ่อข้ายังเคยบอกเลยว่าปานของเจ้าดูแปลกมาก”โม่จิ่วเยี่ยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหนานฉีอย่างละเอียด แล้วพูดต่อว่า“ท่านรู้หรือไม่ว่าปานนั้นมีความหมายว่าอย่างไร”หนานฉีขมวดคิ้ว “มันก็แค่ปาน ยังจะมีความหมายอะไรอ