ีก”โม่จิ่วเยี่ยตอบด้วยน ้าเสียงทุ้มต ่า “มันคือสัญลักษณ์เฉพาะของบุรุษสกุลโม่ บรรพชนสกุลโม่ทุกคนตราบใดที่เป็นบุรุษ เมื่อแรกเกิดบนไหล่ซ้ายจะมีปานรูปจันทร์เสี้ยวนี้”หนานฉีชะงักค้าง“เจ้าจะบอกว่านี่คือปานที่เป็นบุรุษสกุลโม่เท่านั้นจึงจะมีหรือ”“ถูกต้อง ปานรูปจันทร์เสี้ยวนี้คือสัญลักษณ์ประจ าตระกูลของบุรุษสกุลโม่” โม่จิ่วเยี่ยตอบอย่างมั่นใจหนานฉีครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าเหตุใดโม่จิ่วเยี่ยถึงได้เอ่ยถึงเรื่องปานนี้ขึ้นมา หรือว่าเขารู้เรื่องบางอย่างเข้าแล้วแต่ไม่นานนัก หนานฉีก็ตัดความคิดนี้ออกไป
เรื่องนี้หากไม่ใช่เพราะเขาได้ยินมาจากต าหนักของเสด็จแม่โดยบังเอิญ คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้อีก นอกจากเสด็จแม่และนางก านัลคนสนิทสองคนเป็นไปไม่ได้ที่โม่จิ่วเยี่ยจะล่วงรู้ถึงสาเหตุที่มีคนจะสังหารเขาแต่เหตุใดโม่จิ่วเยี่ยถึงได้เอ่ยถึงปานบนร่างกายของตัวเองขึ้นมากะทันหันเช่นนี้เพื่อไขข้อข้องใจถึงจุดประสงค์ของโม่จิ่วเยี่ย หนานฉีจึงเอ่ยถามออกไปโม่จิ่วเยี่ยเลือกที่จะเอ่ยถึงเรื่องปาน ก็เพราะหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความเข้าใจผิดระหว่างเขากับหนานฉีได้“ที่ข้าบอกเรื่องนี้กับท่านก็แค่อยากให้รับรู้ไว้ว่า ข้าโม่จิ่วเยี่ยเป็นทายาทสายตรงของสกุลโม่ และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกสับเปลี่ยนตัว”คราวนี้หนานฉีถึงกับหน้าถอดสี“เจ้ารู้เรื่องอะไรมาบ้าง?”โม่จิ่วเยี่ยยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย ไม่หวั่นไหวต่อค าพูดของอีกฝ่าย“ถึงแม้ว่าเราสอ