อาการใด ๆ ปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยแม้แต่หมอเทวดาก็วินิจฉัยสาเหตุการตายไม่ได้เมื่อคิดถึงตรงนี้ หนานฉีก็รู้สึกหวั่นใจ หากเขาถูกพิษนี้เข้าไป คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย…เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบค าถามของเขา แต่กลับถามย้อนคืนว่า“หากเมื่อครู่ข้าใส่ยาพิษนี้ลงในจอกสุราของท่าน เช่นนั้นจะมีผู้ใดล่วงรู้ว่าท่านตายด้วยน ้ามือข้า”
เฮ่อจือหร่านเว้นเสียงไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ “หากไม่ใช่เพราะสามีของข้ายังนึกถึงไมตรีพี่น้องระหว่างท่านกับเขา ท่านคิดว่าตนเองจะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้หรือ”แท้จริงแล้ว ห่อยาที่อยู่ในมือเฮ่อจือหร่านนั้นเป็นเพียงผงแป้งธรรมดา นางเคยได้ยินชื่อเสียงของยาพิษเจ็ดวันมอดม้วยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยรู้วิธีปรุงมัน อีกทั้งยาพิษชนิดนี้ล ้าค่าและหาได้ยากยิ่ง จนถึงขั้นที่แม้มีเงินก็ไม่อาจหาซื้อได้การที่นางท าเช่นนี้ เพียงเพราะต้องการให้หนานฉีรู้ว่า พวกนางไม่ได้คิดฆ่าเขา และยิ่งไม่คิดจะแพร่งพรายความลับของเขาออกไปถึงแม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านไปหายาพิษมาจากที่ใด แต่ก็ถือโอกาสนี้เอ่ยขึ้นว่า“ด้วยความสามารถของข้า การจะลอบให้ท่านกินยาพิษนี้ลงไปย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพราะมิตรภาพที่เรามีต่อกัน ในวันนี้ข้าจะยอมอภัยให้ท่าน และหวังว่าท่านก็จะท าแบบนั้นเช่นเดียวกัน”เมื่อได้ยินทั้งสองเอ่ยบอก หนานฉีก็อดไม่ได้ที่จะทบทวนถึงความน่าเชื่อถือระหว่างเขากับโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้งไม่ว่าจะวิเคราะห์จากมุมมองไหน