ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหนานฉีรับรู้ถึงค าพูดนี้หรือไม่ เมื่อได้ยินค าพูดเสียดสีของเฮ่อจือหร่าน เขาก็นึกถึงวันที่ตนเห็นเฟ่ยหนานอวี่ถูกกลั่นแกล้งอยู่บนชั้นสองในตอนนั้น เขาเฝ้ามองอยู่นาน เห็นว่าแม้เฟ่ยหนานอวี่จะถูกคนพวกนั้นรังแกจนไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่ความหยิ่งผยองของบัณฑิตกลับยังไม่จางหายไปอาจารย์อู๋เฉินเคยกล่าวไว้ว่า ผู้มีวาสนาของเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญและความรู้สึกแรกที่เขามองเฟ่ยหนานอวี่ก็คือความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาเช่นนั้นเพียงเพราะเขานิ่งไปชั่วครู่เพื่อต้องการยืนยันอีกครั้ง เรื่องการช่วยชีวิตคนจึงถูกเฮ่อจือหร่านชิงตัดหน้าไปก่อนหนานฉีจึงพลาดโอกาสที่จะได้รู้จักกับเฟ่ยหนานอวี่เป็นคนแรกไปเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเขาก็จ้องมองไปยังเฮ่อจือหร่านอย่างเฉียบคม“พี่สะใภ้กล่าวถูกต้องแล้ว เมื่อพบเห็นความอยุติธรรม หากไม่ช่วยเหลือ ข้าก็คิดว่าคนทั่วหล้าที่ยังมีเลือดเนื้อก็คงทนดูไม่ได้”
แท้จริงแล้วหนานฉีไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านจงใจพูดประโยคนั้น โดยที่ภายนอกมันเหมือนเป็นประโยคค าถามเขา แต่ที่จริงแล้ว นางตั้งใจพูดให้เฟ่ยหนานอวี่ได้ยินต่างหากจากบันทึกในประวัติศาสตร์ เขาที่เป็นคนฉลาดล ้าลึก คงไม่น่าจะฟังไม่เข้าใจระหว่างที่เอ่ยประโยคนั้น เฮ่อจือหร่านยังแอบเหลือบมองสีหน้าของเฟ่ยหนานอวี่เป็นระยะและเป็นอย่างที่นางคาดไว้ เฟ่ยหนานอวี่มีท่าทีชะงักไปเล็กน้อยหลังจากได้ยินค าพูดของนาง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วใ