นใจเขาก าลังคิดว่า หรือว่าสตรีนางนี้จะรู้เรื่องอะไรเข้า?แต่เมื่อคิดทบทวนดู เขาก็คลายใจลง เพราะความลับอันยิ่งใหญ่นี้ เป็นไปไม่ได้ที่นางจะล่วงรู้แม้ว่าเฟ่ยหนานอวี่จะรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง แต่ค าพูดของเฮ่อจือหร่านเมื่อครู่ เหมือนจงใจจะพูดกับหนานฉี เขาจึงด้เพียงเก็บเงียบไว้ เพราะหากพูดอะไรออกไป คงยิ่งเหมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอกโดยใช่เหตุเมื่อเฮ่อจือหร่านบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงไม่พูดอะไรต่ออีกหนานฉีกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องก่อนจะถอนหายใจ
“จิ่วเยี่ย เรื่องที่คนจวนฮู่กั๋วกงถูกเนรเทศ ข้าเองก็รู้สึกละอายใจยิ่งนัก ช่วงนี้เสด็จแม่ก าลังประชวร ข้าจึงต้องออกไปตามหาหมอที่เก่งๆ ท าให้ไม่ได้ติดตามข่าวคราวอะไรเท่าไหร่”“ตอนที่ข้ารู้เรื่อง พวกเจ้าก็เดินทางไปถึงอ าเภอผิงหยวนแล้ว ข้าจึงรีบเร่งเดินทางมาที่นี่ เพื่อมาช่วยเหลือคนสกุลโม่”โม่จิ่วเยี่ยใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างเคยชิน พยายามสะกดกลั้นความโกรธในใจ แล้วเล่นละครของพี่น้องร่วมสาบานกับเขาต่อ“เช่นนั้นข้าขอเป็นตัวแทนสกุลโม่ ขอบคุณท่านอ๋องที่เมตตา แต่ท่านไม่ต้องล าบากหรอก เพราะพวกเราล้วนเป็นนักโทษที่ราชส านักสั่งเนรเทศ ในอนาคตจะมีชีวิตแบบไหนก็ต้องทนอยู่ไปแบบนั้น ไม่กล้าปรารถนาสิ่งใดอีก”หนานฉีฟังน ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกว่าคนตรงหน้าที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ตอนนี้กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วหรือว่าโม่จิ่วเยี่ยจะรู้อะไร?แต่ไม่นานเขาก็ไม่คิดสง