สัย แม้เขาต้องการชีวิตของโม่จิ่วเยี่ยจริง แต่ต่อหน้าเช่นนี้เขากลับไม่มีความกล้าที่จะพูดออกมาตรง ๆเขารู้ดีว่าฝีมือของโม่จิ่วเยี่ยนั้น ไม่ได้เกินจริงนักหากจะพูดว่าเก่งกาจจนสามารถต่อสู้กับคนร้อยคนได้ หนานฉีไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นอยากจะเผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย
ในเมื่อการลอบสังหารล้มเหลวไปแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือต้องใช้สติปัญญา วันนี้หนานฉีมาที่นี่ อย่างแรกก็เพื่อต้องการจะหยั่งเชิงว่าอาการบาดเจ็บของโม่จิ่วเยี่ยนั้นหนักหนาจริงหรือไม่ และอย่างที่สองคือเพื่อหาโอกาสวางยาพิษเขาคิดได้ดังนั้น หนานฉีจึงผ่อนคลายอารมณ์ลงแล้วเอ่ยว่า“พวกเราเป็นพี่น้องกัน ตอนที่จวนฮู่กั๋วกงถูกริบทรัพย์สินและเนรเทศ ข้าไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เช่นนั้นเจ้าต้องให้โอกาสข้าได้เลี้ยงอ าลาพวกเจ้า”โม่จิ่วเยี่ยก้มหน้าลง ไม่มีใครสามารถมองคลื่นอารมณ์ที่แปรปรวนในขณะนี้ของเขาได้“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ยินดีรับน ้าใจนี้” โม่จิ่วเยี่ยรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมของหนานฉีดี เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธเขาอยากจะดูนักว่า หนานฉีคิดจะเล่นตลกอะไรในเวลานี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกอยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน การที่หนานฉีเสนอตัวมาส่งโม่จิ่วเยี่ย นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้หยั่งเชิงอีกฝ่ายดังนั้นจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้ไปเป็นอันขาดโชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยตอบตกลงทันที่ ท าให้นางไม่ต้องเอ่ยปากเตือนเขา
หนานฉีลุกขึ้นยืน “ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ข้าจะเลี้ยงอ าลาเจ้าที่ร้านอาหารเทียนฝูในอ าเภ