อผิงหยวน”พูดจบ หนานฉีก็เดินมาถึงหน้าประตูห้อง พลางเอ่ยปากอีกครั้งว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเจ้าหน้าที่ ข้าจะบอกให้พวกเขารออยู่ที่นี่อีกวัน”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ลุกขึ้นไปส่งเฟ่ยหนานอวี่เดินตามหลังหนานฉีมา มือข้างหนึ่งไขว้หลัง และแกว่งไปมามาทางพวกเขาสองสามครั้งทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างมองเห็นการกระท าเล็ก ๆ น้อย ๆนั้นของเขา“เขาคงอยากจะบอกว่าไม่อยากให้ท่านไปที่นั่น” เฮ่อจือหร่านเข้าใจความหมายจากท่าทางของอีกฝ่ายทว่าโม่จิ่วเยี่ยยังคงนั่งในท่าเดิม“ข้าต้องไป ไม่ว่าอย่างไรความแค้นระหว่างข้ากับหนานฉีก็ต้องจบลง”เฮ่อจือหร่านไม่ค่อยเข้าใจค าพูดของเขา“ท่านคิดจะฆ่าหนานฉีหรือ”โม่จิ่วเยี่ยส่ายหัว “ไม่ หากข้าท าแบบนั้น แม้จะรู้สึกสาสมใจ แต่ข้าจะให้ชีวิตคนในบ้านอยู่กันอย่างไร”
เฮ่อจือหร่านยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่“ในเมื่อท่านฆ่าเขาไม่ได้ แล้วจะจบความแค้นนี้ได้อย่างไร?”“ข้าจะบอกความจริงกับเขาว่าข้าเป็นคนสกุลโม่ ให้เขาเข้าใจว่าข้าไม่ใช่คนที่ถูกสับเปลี่ยนตัวกับเขา”“ถ้าหากสามารถแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ได้แล้ว ข้าจะตัดขาดความเป็นพี่น้องกับเขาต่อหน้าทุกคน ตัดเยื่อใยทุกอย่างให้สิ้นสุดกันไปเสีย”“การท าแบบนี้แม้ไม่มีความหมายอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อยก็ท าให้การเดินทางไปยังซีเป่ยในวันหน้า ปราศจากคนที่คิดร้ายอย่างเขาได้อีกคนหนึ่ง”ในใจของโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าอยากจะฆ่าหนานฉีให้ตายคามือ แต่สิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดมาก