ากเดินทางมาทั้งวัน ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้า แม้ฟ้าจะยังไม่มืดก็พากันกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักเฮ่อจือหร่านกลัวว่าโม่จิ่วเยี่ยจะถามเรื่องเฟ่ยหนานอวี่ต่อจึงแกล้งหลับไป นางจงใจหันหน้าเข้าผนัง ทั้งที่ยังไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิดโม่จิ่วเยี่ยเองก็รู้ว่าเฮ่อจือหร่านยังไม่ได้หลับ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเดิมทีคิดว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่สงบสุข แต่ยามดึกกลับมีคนมาเคาะประตูห้องโม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นตัว เขาเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงเรียบนิ่ง“ใคร”“จิ่วเยี่ย เป็นข้าเอง”เฮ่อจือหร่านก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน นางสบตากับโม่จิ่วเยี่ยทั้งสองไม่คิดว่าหนานฉีจะเลือกมาหาพวกเขาเองแบบนี้หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยก็ค่อย ๆ เปิดประตูห้องออกไป
ในตอนนั้น เฮ่อจือหร่านก็จัดเสื้อผ้าของตนเองเรียบร้อยแล้วและจุดตะเกียงน ้ามันบนโต๊ะทันทีที่ประตูห้องเปิดออก บุคคลที่ปรากฏตรงหน้า นอกจากหนานฉีแล้วยังมีเฟ่ยหนานอวี่อยู่ด้วยด้วยอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงน ้ามัน เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นแววตาที่ซับซ้อนของเฟ่ยหนานอวี่ได้ครู่หนึ่ง ในตอนที่เขามองโม่จิ่วเยี่ยแต่ไม่นานเขาก็ปกปิดความรู้สึกนั้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนอยู่ข้างกายหนานฉีอย่างเรียบร้อย“จิ่วเยี่ย เจ้าจะไม่เชิญข้าเข้าไปนั่งหน่อยหรือ”สีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยเรียบเฉยราวกับไม่รู้เรื่องที่หนานฉีท ากับตนเมื่อไม่นานมานี้ เขาขยับกายหลบไปเล็กน้อยเพื่อเปิดทางหนานฉีก้าวเข้าไปในห้องอย่างมั่นใจ ทิ