้งกายนั่งลงตรงโต๊ะกลมจากนั้นจึงท าท่าทางเชื้อเชิญโม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยนั่งลงอย่างไม่รีบร้อน และไม่ลืมที่จะดึงตัวเฮ่อจือหร่านให้นั่งลงข้าง ๆ เขาด้วยหนานฉีจึงเพิ่งจะสังเกตเห็นเฮ่อจือหร่านดวงตาของเขาเป็นประกายทันที่ พร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ที่เฟ่ยหนานอวี่ถูกกลุ่มบัณฑิตกลั่นแกล้งกลางถนนในวันนั้น
แม้จะจ าเฮ่อจือหร่านได้ แต่ด้วยบุคลิกที่ถือตัวของหนานฉี เขาจึงไม่ได้ปริปากเอ่ยทัก แต่กลับหันไปถามโม่จิ่วเยี่ยว่า“จิ่วเยี่ย นี่เจ้าไม่คิดจะแนะน าให้ข้ารู้จักกับหญิงคนนี้สักหน่อยหรือ”แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนจะพูดคุยกันในลักษณะเช่นนี้ แต่ตอนนั้นโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร ทว่ายามนี้น ้าเสียงของหนานฉีกลับแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยนักโดยเฉพาะสายตาที่หนานฉีมองเฮ่อจือหร่านเมื่อครู่นี้ มันท าให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว นอกจากภรรยาของข้า จะยังมีใครอีกที่สามารถอยู่ในห้องเดียวกับข้าได้”หนานฉีไม่ได้สนใจท่าทีของโม่จิ่วเยี่ย แต่ยังคงพูดต่อไปว่า“พี่สะใภ้ช่างคู่ควรกับการเป็นฮูหยินของสกุลโม่เสียจริง ตอนที่หนานหวี่เกิดเรื่อง นางก็ไม่ลังเลที่จะเข้าช่วยเขาแม้แต่น้อย”เมื่อหนานฉีพูดเช่นนั้นแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงรู้สึกว่าไม่จ าเป็นต้องเก็บตัวเงียบอีกต่อไป“แม้ว่าตัวข้าจะไม่มีความสามารถอะไร แต่ก็ทนเห็นคนรังแกผู้อื่นไม่ได้ คงท าให้ท่านอ๋องต้องหัวเราะเยาะแล้ว”
เฟ่ยหนานอวี่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เข