้ว่าเขาจะไม่สามารถถามได้ว่านางรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร แต่โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกว่าเขาสามารถสอบถามเรื่องอื่น ๆ ได้“ท่านคิดว่าเขาจะหาผู้มีวาสนาคนนั้นเจอหรือไม่”เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะปิดบังเรื่องนี้“หากข้าไม่ได้ไปที่อ าเภอผิงหยวนในวันนี้ เขาคงได้พบกับผู้มีวาสนาคนนั้นแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร” โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเฮ่อจือหร่านได้อย่างไร
“ผู้มีวาสนาคนนั้นมีนามว่าเฟ่ยหนานอวี่ สอบเป็นอันดับหนึ่งของบัณฑิตชั้นต้นได้ตั้งแต่อายุสิบสองปี นับว่าเป็นอัจฉริยะ…”เฮ่อจือหร่านเลือกจะเล่าเรื่องราวบางส่วนเกี่ยวกับเฟ่ยหนานอวี่รวมถึงเรื่องที่เขาจะได้พบกับหนานฉี และช่วยให้เขาขึ้นครองราชย์ได้แบบไหนแน่นอนว่าเรื่องราวการเปลี่ยนราชวงศ์ของเฟ่ยหนานอวี่นางเลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อนเพราะเรื่องแบบนี้น่าเหลือเชื่อเกินไป นางกังวลว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่เชื่อ และในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้เขารู้เรื่องพวกนี้เร็วนักเพราะการมาของนางได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปแล้วในอนาคตจึงยากที่จะรับรองได้ว่าจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ยิ่งกว่าข้อมูลอันน่าเหลือเชื่อมากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมองของโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้เขาก าลังครุ่นคิดอย่างหนักชื่อของเฟ่ยหนานอวี่ เขาคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูกนัก รู้สึกเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง แต่กลับนึกไม่ออกเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบสนองสักที่ เฮ่อจือหร่านจึงคิดว่าเขาไม่เช