หร่านจึงตัดสินใจว่าจะลองเอ่ยดูก่อน“ถ้าข้าบอกว่า ข้ารู้จุดประสงค์ที่หนานฉีมาอ าเภอผิงหยวน ท่านจะรู้สึกแปลกใจหรือไม่ หรือจะสงสัยว่าข้าอาจเป็นสายลับที่หนานฉีส่งมาหรือเปล่า”โม่จิ่วเยี่ยตอบอย่างไม่ลังเล “ถ้าเจ้าเป็นคนของหนานฉีจริง ข้าคงตายไปนานแล้ว เขาคงไม่ล าบากส่งคนมาลอบสังหารข้าถึงที่นี่อีกหรอก”“ท่านไม่สงสัยบ้างหรือว่าเหตุใดข้าถึงรู้เรื่องพวกนี้”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปิดบังความคิดที่แท้จริงในใจ “ข้าเองก็สงสัยมากแต่เจ้าเคยบอกว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง ข้ายังยืนยันค าเดิม ตราบใดที่เจ้าไม่คิดร้ายต่อสกุลโม่ ข้าจะไม่พยายามสืบหาความลับของเจ้า”เฮ่อจือหร่านได้ยินเขาพูดแบบนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว และชายหนุ่มก็ท าตามที่พูดจริง ๆ เขาไม่เคยเอ่ยถามเรื่องอะไรที่ไม่ควรถามสักครั้งเมื่อลองหยั่งเชิงดูแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก
“เมื่อหลายปีก่อน มีอาจารย์ผู้หนึ่งเคยท านายดวงชะตาให้หนานฉี เขาบอกว่าจะมีผู้มีวาสนาปรากฏมาตัวที่อ าเภอผิงหยวนในเดือนแปดของปีนี้”โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าการฟังค าท านายของพวกหมอดู เพื่อตามหาผู้มีวาสนาคนหนึ่งนั้นช่างไร้เหตุผล แต่เมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับหนานฉีเขากลับไม่แปลกใจไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หนานฉีเริ่มเชื่อถือค าท านายเหล่านี้ จนถึงขั้นวิ่งวุ่นตามหาหมอดูที่เก่งกาจจากทั่วสารทิศให้มาตรวจดูดวงชะตาตนเองดังนั้น เขาจึงไม่สงสัยในสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดเลยแม้แต่น้อยแม