ก าเนิดของโม่จิ่วเยี่ยที่บันทึกไว้ในหนังสืออย่างเลือนรางขณะที่นางครุ่นคิดว่าจะบอกเรื่องที่นางรู้ให้โม่จิ่วเยี่ยฟังโดยไม่ให้เขาเอะใจอย่างไรโม่จิ่วเยี่ยก็เหลือบตามองนางที่นั่งเงียบไม่พูดจา ก่อนจะเอ่ยปากว่า
“วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมาก ถ้ารู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยสบาย ข้าช่วยบีบนวดให้ได้”เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าฝีมือการนวดของโม่จิ่วเยี่ยนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด พอได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ นางก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวทันที่“จะว่าไปแล้ว ข้าก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวจริง ๆ”โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดพร ่าท าเพลง เดินอ้อมไปด้านหลังของนางแล้วเริ่มนวดไหล่ให้เฮ่อจือหร่านมองไปรอบ ๆ เห็นว่าทุกคนก าลังยุ่ง ไม่มีใครมาสนใจพวกนางจึงเอ่ยขึ้นว่า“วันนี้ตอนที่ข้าเข้าอ าเภอผิงหยวน ข้าบังเอิญพบคนคนหนึ่งที่ท่านอาจคิดไม่ถึง”“ผู้ใด” น ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยยังคงแข็งกระด้าง แต่เฮ่อจือหร่านก็ชินไปเสียแล้ว“หนานฉี!”“หนานฉี?” โม่จิ่วเยี่ยเหมือนไม่อยากเชื่อ “เขามาท าอะไรที่นี่?”นั่นก็เป็นค าถามที่อยู่ในใจเฮ่อจือหร่านเช่นกันแต่โชคดีที่บันทึกนอกเหนือจากประวัติศาสตร์ได้บันทึกเรื่องราวช่วงนี้เอาไว้นางก าลังคิดว่าจะบอกโม่จิ่วเยี่ยอย่างไรเพื่อไม่ให้เขาสงสัย
คิดไปคิดมา สุดท้ายเฮ่อจือหร่านก็ยอมแพ้นางครุ่นคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลได้ แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ นางรู้สึกว่าจ าเป็นต้องให้โม่จิ่วเยี่ยรับรู้ในเมื่อคิดจะบอกโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เฮ่อจือ