เถ้าแก่คนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก“หนังสัตว์ช่วยให้คนอบอุ่นได้ แน่นอนว่าช่วงฤดูหนาวจะราคาแพงกว่า”เฮ่อจือหร่านมองเผิงวั่งทันที่“พี่เผิง ถึงอย่างไรหนังหมาป่าพวกนี้เก็บไว้ได้จนถึงฤดูหนาว เรารอเอามันไปขายตอนนั้นก็ยังทัน”เผิงวั่งตอบอย่างเห็นด้วย “ดี ท าตามที่น้องสะใภ้บอกก็แล้วกัน”พูดจบ เขาก็เรียกเจ้าหน้าที่ให้ออกไปจากร้านพร้อมกันเมื่อเห็นว่าการค้าก าลังจะล่ม เถ้าแก่ผู้นั้นก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มและมาขวางทางพวกเขาไว้“ท่านทั้งหลาย อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย พวกเรามาคุยกันก่อนเถอะ”“ไม่มีอะไรให้คุยแล้ว พวกเรายากล าบากนักกว่าจะได้หนังหมาป่ามามากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องรอเวลาที่มันมีราคาแพงที่สุดแล้วจึงค่อยขาย”เห็นเถ้าแก่เข้ามาขวางทางเช่นนี้ เผิงวั่งก็ลอบยิ้มแต่ยังแสร้งท าเป็นจะเดินออกไป
เถ้าแก่กล่าวอย่างรีบร้อนว่า “เช่นนั้นข้าคิดราคาเพิ่มให้อีกผืนละร้อยเหวินเป็นอย่างไร นี่ก็นับว่าเพิ่มให้มากแล้วนะ”เฮ่อจือหร่านหันกลับมา พร้อมทั้งแปมือออกไปหาเถ้าแก่“เพิ่มให้ผืนละห้าร้อยเหวิน พวกเราถึงจะตกลง”“ห้าร้อยเหวินนั้นมากเกินไป แม้จะเป็นช่วงฤดูหนาว หนังหมาป่าก็ไม่น่าจะมีราคาขนาดนี้” เถ้าแก่แทบจะร้องไห้ หากเพิ่มราคาให้ผืนละห้าร้อยเหวิน ก าไรเขาก็ลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ อย่างไรอีกไม่กี่วันพวกเราก็จะไปท าธุระที่เมืองหลวง หากเอาหนังสัตว์พวกนี้ไปด้วยคงขายได้ราคาดี” เฮ่อจือหร่านท าท่าจะไปต่อทั