เฮ่อจือหร่านดูเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ หากเผิงวั่งไม่เอ่ยปากขึ้นมานางก็คงลืมเรื่องที่ฆ่าหมาป่าเมื่อคืนนี้ไปเสียแล้วหลังได้ยินเผิงวั่งถามถึงวิธีการจัดการ เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้ยินดีจนลืมสถานะในตอนนี้ไปนี่เพราะเผิงวั่งเป็นคนดี เขาค านึงถึงความต้องการของพวกนางหากเป็นเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ใจด า พวกเขาคงไม่สนใจว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าหมาป่า ขอแค่น ามันไปแลกเงินในเมืองได้ก็พอแล้วดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้แสดงท่าทีเป็นเจ้าของ แต่กลับถามว่า “เจ้าหน้าที่เผิงมีแผนอย่างไรบ้าง”เผิงวั่งยื่นมือออกมาพร้อมกับตอบตามตรง“หากเป็นเมื่อก่อน หมาป่าจ านวนมากขนาดนี้ ข้าคงไม่สนใจว่าเป็นผลงานของใคร และเอาพวกมันไปแลกเงินในเมืองจะดีกว่า”ค าพูดนี้ท าให้เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นจริงใจมากพูดง่าย ๆ พวกเขาก็เป็นแค่นักโทษที่ต้องดิ้นรนอยู่ภายใต้อ านาจของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ การที่เผิงวั่งพูดเช่นนี้กับพวกเขา แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองพวกเขาเป็นนักโทษอีกต่อไปแล้วคนแบบนี้ควรค่าแก่การคบหาอย่างยิ่ง
แท้จริงแล้ว ตอนที่เผิงวั่งเอ่ยปากถาม เฮ่อจือหร่านก็รู้ทันความคิดของเขาแล้วบัดนี้เมื่อรู้ความในใจของเผิงวั่งแล้ว นางก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป“เจ้าหน้าที่เผิง แม้พวกท่านจะขนหมาป่าไปขายในเมือง ก็คงได้เงินไม่เท่าไหร่”เผิงวั่งพยักหน้า “เมื่อปีก่อน พวกเราเดินทางและฆ่าหมาป่าตายไปสองตัว เมื่อเอามันไปขายในเมือง พวกเขาก็ให้เงินมาตัวละหน