เราอยู่เลย หากมีคนขโมยมันไปจะท าอย่างไรเล่า”โม่จิ่วเยี่ยตอบอย่างเฉยชา “ไม่เป็นไร มีพวกเจ้าหน้าที่อยู่มากขนาดนี้ ใครจะกล้าขโมยของของคนอื่นหรอก”ถ้าเขาไม่พูดประโยคนี้ก็คงจะดี เพราะเหอจื่อหยวนโกรธจนแทบจะโยนข้าวของบนเกวียนทิ้งไปให้หมดแล้วทว่าเขายังคงพยายามข่มความกรุ่นโกรธนั้นเอาไว้ในใจ
หากเขาท าเช่นนั้นไป แม้จะระบายความโมโหได้ชั่วขณะ แต่เหอหมิงจะท าอย่างไรคนในตระกูลนอกจากสตรีและเด็กแล้ว ก็มีแต่บุรุษอย่างเขาที่ไม่สามารถยกหรือแบกหามอะไรได้ แล้วจะแบกร่างกายใหญ่โตของเหอหมิงไปได้อย่างไรทุกคนไม่ได้สนใจสีหน้าที่ด าเหมือนก้นหม้อของเหอจื่อหยวนเลยสักนิด หลังจากที่เผิงวั่งสั่งการเพียงครั้งเดียว ขบวนเนรเทศก็ออกเดินทางอีกครั้งหลังออกมาจากอ าเภออวิ๋นหลายโจวเหล่าปาเดินอยู่บนเส้นทางหลัก ท่าทางเขาคล้ายคนหงอยเหงาตลอดเวลา ทั้งยังชอบเหลือบมองไปทางเฮ่อจือหร่านเป็นระยะเขาเดินอยู่ท้ายแถวกับเผิงวั่ง กระทั่งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเขาแต่การกระท าของโจวเหล่าปานั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของเผิงวั่งไปได้เผิงวั่งรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง แต่เรื่องเช่นนี้เขาก็พูดไปตามตรงไม่ได้ ท าได้แค่หาวิธีท าให้โจวเหล่าปาปล่อยมือไปเอง“โม่จิ่วเยี่ยเคยมีอ านาจมากแค่ไหน ข้ายังจ าตอนที่เขากลับมาอย่างมีชัยได้ องค์จักรพรรดิทรงน าเหล่าขุนนางออกมาต้อนรับเขายังนอกเมืองด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นข้าเห็น