แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แผดเผานั้นได้เฮ่อจือหร่านเองก็รู้สึกงงงวยเช่นกัน ด้วยประสบการณ์ของแพทย์คนหนึ่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเป็นเพราะร่างกายของโจวเหล่าปามีปัญหาแน่นอนดังนั้นนางจึงไม่พูดอะไรมากความอีก เดินมาข้างเตียงยื่นมือไปจับชีพจรของโจวเหล่าปานอกจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นเล็กน้อยแล้ว ทุกอย่างก็ปกติดี มันน่าแปลกจริงๆ…
เฮ่อจือหร่านพยายามคิดถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจท าให้โจวเหล่าปามีอาการแบบนี้เผิงวั่งจ้องมองเฮ่อจือหร่านอย่างเอาเป็นเอาตาย รอให้นางบอกอาการของโจวเหล่าปาตอนนั้นเองโจวเหล่าปาก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันใด“ข้าไม่ได้ป่วย”“เหล่าปา เจ้าเป็นอะไรไป? อย่าท าให้ข้าตกใจเช่นนี้สิ เกือบท าคนตายไปแล้วนะ” เผิงวั่งค่อย ๆ ลูบอกตัวเองอย่างระมัดระวังโจวเหล่าปาไม่ได้อธิบายอะไรกับเผิงวั่ง แต่กลับหันไปมองเฮ่อจือหร่านอย่างอึกอักค าพูดที่เอ่ยออกมาก็ตะกุกตะกัก“เฮ่อ…เฮ่อจือหร่าน ข้า…ข้าได้ยินมาแล้วว่า เจ้าจุม…จุมพิตข้าจึงสามารถช่วยชีวิตข้าไว้ ข้า…ข้ารู้ว่าความบริสุทธิ์ของหญิงสาวส าคัญกว่าสิ่งใด แต่เจ้า…เจ้าเป็นภรรยาของคนอื่นแล้ว ข้าไม่สามารถพูดว่าจะรับผิดชอบเจ้าได้ แน่…แน่นอนว่า ถ้าโม่จิ่วเยี่ยรังเกียจเจ้า และต้องหย่าร้าง ข้า…ข้าก็สามารถ…สามารถแต่งงานกับเจ้าได้”พูดจบ โจวเหล่าปาก็หันหน้าหนีด้วยความใจเสีย ไม่กล้ามองเฮ่อจือหร่านอีก
เฮ่อจือหร่าน “…”นางก าลังสร้างบาปกรรมอะไรกัน