้งสองจะไม่ตำย แต่แขนขำก็พิการไปแล้ว จากนี้ไปก็ต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตเมื่อเห็นท่ำทีว่าเผิงวั่งกำลังจะโมโห เฮ่อจือหร่านจึงรีบกล่าวเสริม“เจ้ำหน้ำที่เผิง ท่านคงไม่คิดจะบังคับให้ข้าทำในสิ่งที่ยากเกินความสามารถใช่หรือไม่”เผิงวั่ง “…”ในเมื่ออีกฝ่ำยพูดถึงขนาดนี้แล้ว หากเขำยังดันทุรังต่อไป ก็เหมือนจะเป็นการบังคับนางจริง ๆด้วยความจำใจเผิงวั่งจึงโบกมือให้เฮ่อจือหร่านออกไปเมื่อดูเรื่องวุ่นวายจนพอใจแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงฉวยโอกำสนี้กลับมาที่ลานด้านหน้ำโรงเตี๊ยมพี่สะใภ้ทั้งสองเตรียมอาหารเช้ำเรียบร้อยแล้ว มีโจ๊กข้าวหม้อใหญ่พร้อมกับข้าวอีกหนึ่งจำนเฮ่อจือหร่านเชิญคนตระกูลฟำงและคนตระกูลเซี่ยให้มาทำนอาหารด้วยกัน และได้รับคำขอบคุณมากมายอีกครั้งจากทั้งสองตระกูลไม่รู้ว่าเผิงวั่งจัดการเรื่องพี่น้องตระกูลเหอบาดเจ็บอย่ำงไร แต่หลังจากเจ้ำหน้ำที่กลับมา เสียงคนในเพิงหญ้ำก็สงบลงแล้ว
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่ต่ำงเห็นคนสกุลโม่กำลังทำนโจ๊กข้าวกับคนตระกูลฟำงและตระกูลเซี่ย ก็รู้สึกว่าหมั่นโถวขำวของพวกเขำไม่น่ำกินขึ้นมาทันที่อย่ำงไรก็ตำม เมื่อเห็นว่าโจ๊กในหม้อใหญ่เหลือน้อยแล้ว พวกเจ้ำหน้ำที่จึงเดินจากไปโดยไม่สบอารมณ์หลังทำนอาหารเช้ำเสร็จ โจวเหล่ำปำก็มาเรียกเฮ่อจือหร่านไปตลาดด้วยกันนางวางแผนจะซื้อของจำนวนมาก จึงต้องใช้รถเข็นไม้เมื่อมาถึงหน้ำโรงเตี๊ยม นางก็เห็นหลี่หู่ยืนรออยู่ สายตำของเขำที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความลึกลับเฮ