วกเขำ“เจ้ำหน้ำที่เผิง ท่านเชื่อเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”เผิ่งหวังหัวเราะกับคำพูดของนางสตรีนางนี้ช่ำงเจ้ำเล่ห์จริง ๆ …“อืม…ปัญหาไม่ใช่ว่าข้าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ตระกูลเหอมีพยานรู้เห็น”เฮ่อจือหร่านเหลือบมองหลี่โหรว์เอ๋อร์“เจ้ำหน้ำที่เผิง พยานที่ท่านพูดถึงคงไม่ใช่นางใช่หรือไม่”“เป็นข้าแล้วทำไม เฮ่อจือหร่าน ข้าเห็นกับตำว่าเจ้ำลงมือกับพี่น้องตระกูลเหออย่ำงไร นี่เป็นความจริง เจ้ำไม่ต้องมาแก้ตัวแล้ว” หลี่โหรว์เอ๋อร์กล่าวด้วยสีหน้ำเหิมเกริมนางอยากดูนักว่าเฮ่อจือหร่านจะมีความสามารถมากพอพลิกสถำนการณ์กลับได้หรือไม่
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเย็นชำ “หลี่โหรว์เอ๋อร์ ไม่ต้องพูดถึงว่าเราเคยเป็นสหายสนิทกัน ถึงแม้ระหว่างนี้จะมีเรื่องอะไรให้เข้าใจผิดกันเจ้ำก็ไม่ควรมาหาเรื่องเล่นงำนข้าขนาดนี้”พูดแล้วเฮ่อจือหร่านก็ชี้ไปยังพี่น้องตระกูลเหอ“เจ้ำดูร่างกายของพวกเขำสิ ข้าจะไปทุบตีพวกเขำได้หรือ”เหล่ำเจ้ำหน้ำที่เพิ่งฟังหลี่โหรว์เอ๋อร์เล่ำไปอย่ำงคล่องแคล่วเมื่อครู่ก็หลงเชื่อไปบ้ำงแล้วว่าเฮ่อจือหร่านทำร้ำยคนแต่ตอนนี้ เมื่อเห็นความแตกต่ำงระหว่างทั้งสองฝ่ำย ไม่ว่าอย่ำงไรพวกเขำก็ไม่เชื่อว่านางจะลงมือกับคนที่มีรูปร่ำงใหญ่โตเช่นนี้ได้เมื่อคิดเรื่องนี้แล้ว สายตำของเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ก็จ้องมองหลี่โหรวเอ๋อร์พร้อมกันมีเพียงคนเดียวที่แตกต่ำงไปจากคนอื่น ๆเขำมองหลี่โหรวเอ๋อร์และส่งสัญญำณด้วยสายตำอย่ำงต่อเนื่องราวกับกำลังเตือนนางไม่ให้