มอบให้คนพวกนั้นหลังกลับมาอยู่เกวียน เฮ่อจือหร่านจึงบอกเรื่องที่นางสังเกตเห็นขณะแจกจ่ำยยาให้เผิงวั่งฟัง“เจ้ำหน้ำที่เผิง ข้าตรวจดูคร่ำว ๆ แล้ว ตระกูลฟำงมีคนป่วยจริง ๆสามคน ส่วนตระกูลเหอและตระกูลหลี่ ดูเหมือนจะมีคนป่วยไม่มากขนาดนั้น”นางพูดเพียงเท่านี้ เพราะเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของเผิงวั่ง อีกฝ่ำยต้องเข้าใจแน่นอนเผิงวั่งเองก็เข้าใจดีอยู่แล้วคนพวกนั้นไม่ได้ป่วย แต่แกล้งทำเป็นป่วยต่ำงหาก
ด้วยความโมโห เขำจึงสั่งการให้เดินทำงต่อ ใครกล้ำเดินรั้งท้ำยจะถูกเฆี่ยนทันที่ครั้งนี้ คนตระกูลเหอและตระกูลหลี่ไม่กล้ำแกล้งป่วยอีก ถึงแม้จะไม่ได้กระฉับกระเฉงเหมือนมังกรมีชีวิต แต่นอกจากคนไม่กี่คนที่เป็นลมแดดจริง ๆ แล้ว การเดินทำงก็ไม่มีปัญหาหลังจากเดินทำงไปกว่าสองชั่วยาม ขบวนเนรเทศก็เข้าสู่อาเภออวิ๋นหลายก่อนพระอาทิตย์ตกดินดูเหมือนบรรดำเจ้ำหน้ำที่จะคุ้นเคยกับที่นี่มาก หลังจากเข้าอาเภอมา พวกเขำก็ตรงไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทำงทิศตะวันตกของอาเภอเมื่อทุกคนเห็นโรงเตี๊ยมก็ต่ำงพำกันถอนหายใจด้วยความโล่งอกมีเพียงเทพเจ้ำเท่านั้นที่รู้ว่าการต้องค้ำงคืนกลางแจ้งในแถบชนบท พวกเขำผ่านพ้นมาได้อย่ำงไรทั้งความหนาวเย็นและชื้นแฉะ ซ้ำยังต้องระวังไม่ให้ถูกยุงและแมลงกัดตลอดเวลาตอนเช้ำ เนื้อตัวเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้ำงวันนี้แตกต่ำงออกไปแล้ว หากมีโรงเตี๊ยมให้พัก พวกเขำจะได้พักผ่อนกันอย่ำงเต็มที่
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งญำติ ๆ ที่เป็นโรคลมแดด แ