โอกำสเก็บสมุนไพรอีกมาก หากทำให้ทุกคนเสียเวลาเดินทำงเจ้ำจะถูกเจ้ำหน้ำที่ลงโทษได้นะ”โม่หานเยี่ยเป็นเพียงสาวน้อยที่มีความคิดใสซื่อ จึงไม่ได้คิดอะไรให้มากจนกระทั่งเฮ่อจือหร่านเอ่ยเตือน นางจึงตระหนักว่าคนกำลังอยู่ระหว่างการถูกเนรเทศใบหน้ำเล็ก ๆ ของโม่หานเยี่ยย่นยู่ด้วยความไม่พอใจ“ข้าเข้าใจแล้วพี่สะใภ้เก้ำ ต่อไปข้าจะระวัง”ด้วยคนสกุลโม่กินอิ่มท้อง จึงสามารถเดินทำงตำมเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ได้ทันส่วนอีกสองสามตระกูลโชคไม่ดีนัก ต้องกินหมั่นโถวหยาบมาหลายครั้ง ไม่เพียงกินลาบำกแต่ยังไม่อิ่มท้องอีกด้วยยิ่งพวกเขำเคยใช้ชีวิตสุขสบำยมาก่อน หลังขบวนออกเดินทำงได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็เริ่มมีคนเดินรั้งท้ำยขบวนแล้วบรรดำเจ้ำหน้ำที่ก็ไม่มีใครปรานี ผู้ใดที่เดินอยู่ท้ำยจะถูกพวกเขำเฆี่ยนตีด้านหลังขบวนจึงมีเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขำดสายสองบุรุษจากตระกูลเหอที่ลากเกวียนไม้มาก็เริ่มทนไม่ไหว พวกเขำร้องขออาหารจากเผิงวั่งไม่หยุด
เผิงวั่งไม่ใช่คนไร้เยื่อใยไปเสียทีเดียว เขำรู้ว่าสองคนนี้ยังต้องใช้แรง จึงกำลังจะสั่งให้คนนาหมั่นโถวขำวสองก้อนมาให้แต่เกวียนไม้กลับบังเอิญไปชนหินก้อนใหญ่เข้า จนแทบทำให้เกวียนพลิกคว ่ำเผิงวั่งกำลังนั่งอยู่ และเพราะแรงกระแทกทำให้เอนล้มทับโม่จิ่วเยี่ยซึ่งตำแหน่งที่เขำทับไปเป็นจุดที่โม่จิ่วเยี่ยบาดเจ็บรุนแรงที่สุดโม่จิ่วเยี่ยยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ส่งเสียงร้องออกมาตำมสัญชำตญำณเผิงวั่งไม่มีเวลาตำหนิคนลากเกว