ำกนางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ำเผิงวั่งอย่ำงไม่รีบร้อน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นับว่ายังให้ความเคำรพ“เจ้ำหน้ำที่เผิง ตอนนี้ท่านรู้สึกแน่นหน้ำอกและหายใจลาบำกอยู่หรือไม่”เผิงวั่งมีอาการเช่นนั้นจริง ๆ ซ้ำยังรุนแรงมากด้วย ไม่อย่ำงนั้นเขำก็คงไม่มาแย่งเกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยไปใช้“ใช่แล้ว หลังเดินไม่กี่ก้ำวข้าก็รู้สึกหายใจไม่ออก”
ในสายตำของเผิงวั่ง เฮ่อจือหร่านเป็นสตรีจากตระกูลใหญ่ บำงทีนางอาจเคยอ่านวิธีรักษำเมื่อถูกงูพิษกัดจากตำราเล่มไหนสักเล่มและโชคดีที่ช่วยชีวิตเขำไว้ได้เขำรู้ดีว่าสภำพร่างกายของตัวเองเป็นอย่ำงไร ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบำยตัวมากนัก แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อวันก่อนรอให้ถึงอาเภออวิ๋นหลายก่อน จากนั้นเขำจะให้ท่านหมอตรวจดูอย่ำงละเอียด และจ่ำยยาบำรุงมาดื่มกินก็คงจะดีขึ้นทว่าเฮ่อจือหร่านกลับสามารถบอกถึงอาการของเขำในตอนนี้ได้อย่ำงแม่นยามีความเป็นไปได้สูงมากว่านางเข้าใจวิชำแพทย์จริง ๆ ดังนั้นตอนที่เผิงวั่งตอบ เขำจึงไม่มีความลังเลใด ๆ“เจ้ำหน้ำที่เผิง เมื่อวานนี้ท่านได้รับพิษมาก แม้ข้าจะช่วยชีวิตท่านได้ แต่ในร่างกายของท่านยังมีพิษตกค้ำงอยู่ ถ้ำไม่รีบรักษำ ก็ยังคงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”ความจริงแล้วพิษงูในตัวเผิงวั่งถูกกำจัดออกจนหมดแล้ว การที่เขำยังมีอาการเป็นเพราะพิษงูเข้าไปทำลายระบบประสาทบำงส่วนในร่างกายของเขำปล่อยไว้เพียงหนึ่งสัปดำห์ก็จะหายเองได้
แต่เพื่อไม่ให้สตรีสกุลโม่ต้องแบกชายหนุ่มเดิ