อนที่ข้าปฏิเสธหลี่เหลียงไป เขำไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรผิดปกติจนกระทั่งสามวันต่อมา ขณะข้ากำลังจะออกจากจวน ข้าก็ได้พบกับหลี่โหรวเอ๋อร์อีกครั้ง หรือควรจะกล่าวว่านางตั้งใจรอข้าอยู่หน้ำประตูจวน ข้าตั้งใจจะเมินนางแล้วจากไป แต่สาวใช้สองคนของนางกลับขวางทำงไว้”“หลี่โหรวเอ๋อร์อ้ำงว่านางกับข้าแตะเนื้อต้องตัวกันแล้ว ข้าจำเป็นต้องรับผิดชอบ แต่ตอนที่ข้าช่วยนาง ข้าไม่ได้สัมผัสตัวนาง
เลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่านางกำลังโกหก ดังนั้น ข้าจึงไม่ไว้หน้ำนางอีก ก้ำวขึ้นม้ำจากไปทันทีโดยไม่พูดอะไร หลังจากนั้น ข้าก็พบว่าหลี่เหลียงคอยต่อต้ำนข้าทุกเรื่อง ไม่ว่าข้าจะพูดอะไร เขำก็จะพยายามหาทำงมาโต้แย้ง นอกจากเรื่องของหลี่โหรวเอ๋อร์แล้ว ข้าก็นึกไม่ออกว่าไปทำเรื่องอะไรให้หลี่เหลียงไม่พอใจอีก…”ฟังโม่จิ่วเยี่ยเล่ำมาขนาดนี้ เฮ่อจือหร่านก็เข้าใจความจริงอย่ำงหนึ่งได้แล้ว หลี่โหรวเอ๋อร์ตั้งใจเข้าหานาง พร ่ำบอกทุกวันว่าสกุลโม่ไม่ดีอย่ำงไร ก็เพราะอยากให้นางยกเลิกการหมั้นหมาย จากนั้นนางจะได้แต่งงำนกับโม่จิ่วเยี่ย“เรื่องที่ท่านเล่ำมาเกิดขึ้นเมื่อตอนต้นปีใช่หรือไม่”“เจ้ำรู้หรือ” โม่จิ่วเยี่ยถำมกลับในเมื่อพูดมาขนาดนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดจะปิดบังต่อไปนางเล่ำเรื่องที่หลี่โหรวเอ๋อร์พยายามชักจูงนางไม่ให้แต่งเข้าสกุลโม่ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากหลี่โหรวเอ๋อร์ถูกโม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธพอดีโม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้น ดวงตาสีเข้มก็มืดล