ห้ำมนางอีก ยิ่งไปกว่านั้นคือตัวนางก็ชอบมาก
เมื่อเห็นคนสกุลโม่กำลังกินหมั่นโถวและเนื้อวัวตุ๋นซอสอย่ำงเอร็ดอร่อย คนจากสี่ตระกูลต่ำงก็อิจฉำจนแทบเสียสติ
เหตุใดคนสกุลโม่จึงได้กินหมั่นโถวขำว?
ซ้ำยังมีเจ้ำหน้ำที่มอบถุงน้ำให้ด้วย
ตอนนี้พวกเขำก็กำลังหิวจนท้องร้องเสียงดัง หากอยากดื่มน้ำก็ต้องไปขออนุญำตจากเจ้ำหน้ำที่ก่อน ถ้ำอีกฝ่ำยเต็มใจก็จะมอบน้ำให้ดื่ม
แต่เพราะได้รับบทเรียนด้วยการถูกเฆี่ยนตีในตอนกลางวัน ต่อให้จะโกรธเพียงใด พวกเขำก็ไม่กล้ำแสดงท่ำทีออกมาให้เห็นชัด
ทุกคนจ้องมองคนสกุลโม่ที่กำลังกินดื่มอย่ำงเอร็ดอร่อยด้วยสายตำที่เต็มไปด้วยไฟโทสะ
ทว่าแม้จะถูกจ้องมองด้วยสายตำไม่เป็นมิตร แต่คนสกุลโม่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
พวกนางทุกคนฟังสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่ำบอก จึงไม่มีใครสนใจหันไปมอง ต่ำงก้มหน้ำก้มตำกินหมั่นโถวขำวของตัวเองต่อไป
หลังจากกินดื่มจนพอแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำพลันกระซิบข้างหูเฮ่อจือหร่านว่า
“พวกเราต้องหาวิธีให้จิ่วเยี่ยได้กินอะไรบ้ำง”
แม้ฮูหยินผู้เฒ่ำจะไม่ต้องเตือน เฮ่อจือหร่านก็คิดเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
“ท่านแม่ ท่านรออีกสักครู่ ให้คนพวกนั้นหลับกันหมดแล้ว ข้าจะนาอาหารไปให้ท่านพี่”
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งนอนอยู่บนเกวียนไม้ก็ได้กลิ่นเนื้อวัวตุ๋นซอสเช่นกัน
เขำเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องอาหารการกินเท่ำไหร่ แต่ก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
น่ำเสียดำยที่ในสายตำของคนอื่น เขำกำลังสลบ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายแผ