ดไปจนถึงซีเป่ยได้อย่ำงไร”เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกิดผลดีแน่ จึงรีบวิ่งไปหาพี่สะใภ้รองเพราะนางเห็นแล้วว่า ขณะพี่สะใภ้รองเริ่มต่อว่า เจ้ำหน้ำที่ก็หยิบแส้ออกมานางมาถึงทันเวลาพอดีเมื่อเห็นว่าแส้กำลังจะฟำดใส่เซี่ยฟำง เฮ่อจือหร่านก็ก้ำวเข้าไปอย่ำงรวดเร็ว จับปลายแส้ไว้อย่ำงมั่นคง ทำให้เซี่ยฟำงรอดพ้นจากความเจ็บปวดในฐำนะเจ้ำหน้ำที่ควบคุมนักโทษมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกนักโทษทำให้อับอาย อีกทั้งยังเป็นหญิงสาวตัวเล็ก ๆสีหน้ำของเจ้ำหน้ำที่ดำคล้ำขึ้นทันที่ เขำด่ำทอพลางพุ่งเป้าจะระบำยอารมณ์ลงที่เฮ่อจือหร่าน
โม่จิ่วเยี่ยนอนคว ่ำอยู่บนเกวียน ชายหนุ่มได้ยินทุกอย่ำงที่เกิดขึ้น เขำกระวนกระวายใจยิ่งนักกระทั่งนึกอยากจะลุกขึ้นมาขัดขวางฮูหยินผู้เฒ่ำสังเกตเห็นร่างกายเครียดเกร็งของเขำ จึงรีบลูบหลังเบำ ๆ เพื่อบอกให้เขำอย่ำได้ทำอะไรโดยไม่คิดให้ดีหลังจากปลอบโม่จิ่วเยี่ยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำลุกขึ้นเดินไปหาลูกสะใภ้ทั้งสองในความคิดของนาง บุรุษในสกุลโม่นั้นกล้ำหาญ พวกนางเองก็ไม่ควรขี้ขลาด หากมีเรื่องอะไรก็ต้องรับมือฝ่ำฟันไปด้วยกันเซี่ยฟำงรู้ดีว่าตนเองก่อเรื่องเพราะความใจร้อน และเมื่อเห็นเจ้ำหน้ำที่กำลังจะเฆี่ยนตีน้องสะใภ้เก้ำ จึงรีบมาขวางหน้ำนางไว้“คำพูดเหล่านั้นข้าเป็นคนพูด หากมีอะไรไม่พอใจก็มาลงที่ข้าคนเดียว อย่ำไปลงที่นาง”เฮ่อจือหร่านเตรียมจะสู้กับเจ้ำหน้ำที่คนนี้ แต่กลับถูกพี่สะใภ้รองออกหน้ำรับด้วยคว