ำรู้สึกผิด“พ่อรู้ว่าเขำได้รับบาดเจ็บ”เขำกล่าวเช่นนั้นพลางเดินไปยังทิศทำงของโม่จิ่วเยี่ย
เมื่อได้เห็นชายหนุ่มนอนสลบไสลด้วยตำตัวเอง เฮ่อเยวียนหมิงยิ่งรู้สึกเสียใจที่ยกบุตรสาวตนให้เขำตอนแรกบุตรสาวก็บอกพวกเขำแล้วว่า นางไม่อยากเป็นเหมือนหญิงคนอื่นในสกุลโม่ที่ตบแต่งเข้ามาได้ไม่นานก็ต้องเป็นม่ำยแต่เขำไม่อยากเป็นคนไม่รักษำคำพูด จึงบังคับให้นางกินยาสลบยัดเยียดให้แต่งเข้าสกุลโม่ไปผลคือเพียงหนึ่งวัน สกุลโม่ก็ถูกยึดทรัพย์และเนรเทศดูจากท่ำทำงของโม่จิ่วเยี่ยก็ยังไม่แน่ว่าจะรอดชีวิตในฐำนะขุนนางขั้นสองแห่งราชสานัก ย่อมไม่มีทำงไม่รู้ถึงความยากลาบำกของการเนรเทศยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภำพของโม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ ต่อให้ตอนนี้เขำยังแข็งแรงดี แต่การเดินทำงไปจนถึงสถำนที่เนรเทศได้อย่ำงปลอดภัยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ำยการเป็นม่ำยของบุตรสาวคงเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้วเขำหวังเพียงว่านางจะมีบุญวาสนามากพอที่จะเดินทำงไปถึงซีเป่ยได้อย่ำงปลอดภัยหลังจากองค์จักรพรรดิทรงระแวงคนสกุลโม่น้อยลงแล้ว เขำจะหาทำงไปรับบุตรสาวกลับมาทันที่
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ย หลิงเสวี่ยเหยาก็ร้องไห้ไม่หยุด ยิ่งรู้สึกสงสารเฮ่อจือหร่านมากขึ้นขณะเดียวกัน นางก็มีความคิดเช่นเดียวกับสามี พวกเขำต่ำงเสียใจที่ยืนกรานจะยกบุตรสาวให้แต่งเข้าบ้ำนคนอื่นเฮ่อเยวียนหมิงพยายามปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น หาจุดที่เจ้ำหน้ำที่จะมองไม่เห็น หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา สอดใส่อกเสื้อของโม่จิ