งพี่สะใภ้ จึงยิ้มตอบ“พี่สะใภ้ทั้งหลายสบำยใจได้ ข้าเชื่อว่าจะต้องมีวันที่พวกเราได้กลับมาอย่ำงแน่นอน”ขณะเหล่ำพี่สะใภ้กำลังจะเอ่ยบำงอย่ำง เจ้ำหน้ำที่ก็เริ่มออกคำสั่ง
“พอได้แล้ว อย่ำมัวยืนอยู่ รีบเดินทำง”เฮ่อจือหร่านใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตำที่เหลืออยู่ ก่อนลากเกวียนไม้ก้ำวเดินไปพี่สะใภ้สามรีบตำมไปอย่ำงรวดเร็ว“น้องสะใภ้เก้ำ ข้าจะช่วยเจ้ำ”ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยเห็นด้วย “การลากเกวียนเดินทำงไกลไม่ใช่เรื่องง่ำย พวกเราผลัดกันช่วยเถอะ”ถนนหนทำงในสมัยโบราณเป็นถนนดินและมีหลุมบ่อเป็นครั้งคราว ทำให้เกวียนโยกคลอนตลอดเวลายิ่งไปกว่านั้น ฝนไม่ตกมากว่าครึ่งเดือนแล้ว อากำศร้อนอบอ้ำวมาก ทำให้ทุกคนเหงื่อท่วมตัวสายลมพัดผ่านมาเป็นบำงเวลา หอบฝุ่นดินให้ร่างกายพวกเขำเปื้อนสกปรกจนกระทั่งตอนเย็นขณะเตรียมพักแรม ใบหน้ำทุกคนรวมทั้งเจ้ำหน้ำที่ล้วนเปื้อนดำคนสกุลโม่มองหน้ำกันไปมา ชุดผ้ำป่านมีรอยปะชุนกับรองเท้ำปักที่มองไม่เห็นสีแล้ว เมื่อมองดูแล้วพวกนางก็ช่ำงเหมือนขอทำนไม่มีผิด
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะลากเกวียนมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แต่นางก็เหนื่อยจนแทบหมดแรงร่างกายนางเคยถูกเลี้ยงดูมาอย่ำงสุขสบำย จึงไม่มีพละกำลังมากนักเพียงเดินทำงในตอนบ่ำยแค่วันเดียว นางก็เหนื่อยจนต้องนั่งพักกับพื้นไม่อยากลุกขึ้นยืนอีกคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน พวกเขำเหน็ดเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว ร้องครวญครางด้วยความเหนื่อยล้ำยิ่งไปกว่านั้น แม้พวกเขำจะตื่นมาทำนอาหารเช้ำ แต่ต