ข่มเหงรังแกประชำชนพวกนั้นขณะพวกนางกำลังรู้สึกสิ้นหวังอย่ำงถึงที่สุด เจ้ำหน้ำที่ที่ไปตรวจค้นห้องอื่น ๆ ในจวน ก็ทยอยกลับมา
รายงำนที่พวกเขำแจ้งกลับมาแทบทำให้เฉำเหรินโกรธจนตัวสั่น“รายงำน ท่านแม่ทัพเฉำเหริน คลังเก็บของในจวนฮู่กั๋วกงว่างเปล่ำทั้งหมดขอรับ”“เจ้ำว่าอะไรนะ!” เฉำเหรินตื่นตะลึงเจ้ำหน้ำที่กล่าวซ้ำอีกครั้งด้วยท่ำทำงหวาด ๆ “ท่านแม่ทัพเฉำเหริน ในห้องเก็บของไม่มีอะไรอยู่จริง ๆ”“และไม่ใช่เพียงในห้องเก็บของที่ไม่มีอะไร แม้แต่ในครัวก็ว่างเปล่ำ” เจ้ำหน้ำที่อีกคนเอ่ยเสริมเฉำเหรินโมโหจัด มองกลุ่มหญิงสาว “พูดมา! ทรัพย์สมบัติของจวนฮู่กั๋วกง พวกเจ้ำลอบนาไปเก็บซ่อนที่อื่นแล้วใช่หรือไม่”ฮูหยินผู้เฒ่ำตอบเสียงเข้ม “ท่านแม่ทัพเฉำ วันนี้องค์จักรพรรดิเพิ่งประกำศพระราชโองการให้ยึดทรัพย์สินสกุลโม่ พวกเราจะมีความสามารถล่วงรู้ล่วงหน้ำถึงขั้นขนย้ำยสิ่งของไปก่อนได้อย่ำงไร”เขำเห็นฮูหยินผู้เฒ่ำพูดแบบนี้ เฉำเหรินก็รู้ว่ามันช่ำงสมเหตุสมผลเพียงแต่ เขำไม่อยากเชื่อว่าจวนฮู่กั๋วกงจะยากจนถึงขนาดนี้ในขณะกำลังสงสัย เจ้ำหน้ำที่คนหนึ่งกลับมารายงำนอีกครั้ง“ท่านแม่ทัพเฉำเหริน ผู้น้อยพบหม้อหลายใบในห้องโม่จิ่วเยี่ยแต่ไม่มีสิ่งของมีค่ำอื่นอีก”
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยพบเครื่องประดับของสตรีในห้องอีกสองสามห้อง”“ข้าน้อยพบเงินอีกสองสามเหวิน”หลังฟังรายงำนจากคนเหล่านี้แล้ว เฉำเหรินสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่ำงหนึ่งสกุลโม่ไม่ได้ขน