องบุตรชาย ย่อมต้องทำทุกอย่ำงให้ดูเป็นทำงการสักหน่อยเมื่อเห็นว่ามีเพียงเฮ่อจือหร่านเข้ามาเพียงคนเดียว โม่หานเยี่ยซึ่งยังไม่รู้ว่าสกุลโม่กำลังจะประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ จึงรีบเดินมาต้อนรับอย่ำงเป็นมิตรนางยิ้มแย้มแจ่มใส จับแขนเฮ่อจือหร่านพลางเอ่ยว่า “พี่สะใภ้เก้ำพี่ชายข้าไปไหนเสียแล้วเล่ำ เหตุใดไม่เห็นเขำมากับท่าน”เพียงท่ำทีของโม่หานเยี่ยก็รู้ได้ทันทีว่านางคงยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้ำนเฮ่อจือหร่านตัดสินใจไม่บอกนางต่อไป “พี่ชายเจ้ำถูกเรียกเข้าวังหลวงกลับมาดึกดื่นแล้ว ทั้งตอนเช้ำยังไม่สบำยเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ เขำจึงยังนอนอยู่”
คำอธิบำยนี้ สาหรับโม่หานเยี่ยแล้ว ไม่มีความน่ำสงสัยแต่อย่ำงใด“พี่เก้ำคงเหนื่อย เช่นนั้นปล่อยให้เขำนอนต่อไปเถอะ พี่สะใภ้เก้ำรีบมากินข้าวเช้ำกับข้าเร็ว”ฮูหยินผู้เฒ่ำและเหล่ำพี่สะใภ้ ล้วนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไม่ได้พูดอะไรมากเหมือนกับโม่หานเยี่ยเพียงแต่สีหน้ำของทุกคนดูไม่ค่อยดีเท่ำใดนักฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นเฮ่อจือหร่านมาถึงโต๊ะอาหารแล้ว จึงเชื้อเชิญให้นั่ง“สะใภ้เฮ่อ เจ้ำก็รู้ว่าบ้ำนเราเป็นอย่ำงไร วันแรกหลังแต่งงำนของเจ้ำแท้ ๆ กลับไม่ได้มีสิ่งใดเตรียมไว้ให้ เจ้ำอย่ำถือสาของกินง่ำย ๆเช่นนี้เลยนะ”“ท่านแม่ แบบนี้ก็ดีมากแล้วเจ้ำค่ะ”เฮ่อจือหร่านนั่งลงข้าง ๆ โม่หานเยี่ยเมื่อเหลือบเห็นโจ๊กตรงหน้ำ นางพลันขมวดคิ้ว“ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกท่าน โจ๊กนี้ใครเป็นคนทำหรือ”ฮูหยินผู้เ