บไว้ในมิติลับออกมาใช้ ย่อมไม่สามารถคิดหาข้ออ้ำงได้ตลอดเวลา
นางปรารถนาจะช่วยให้ชายหนุ่มรอดพ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้แต่ก็ไม่อยากใช้สมองทั้งหมดไปกับการหาข้ออ้ำงเพื่อปกปิด
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสติปัญญำของโม่จิ่วเยี่ย คงไม่ใช่เรื่องง่ำยที่จะปิดบังความจริงจากเขำ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฮ่อจือหร่านจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น
“คนทุกคนล้วนมีความลับ ข้าเองก็มี และเชื่อว่าท่านก็เช่นกันตำมที่กล่าวไปเมื่อครู่ ข้าไม่ได้คิดร้ำยกับสกุลโม่ ดังนั้นหวังว่าท่านจะให้เกียรติ ไม่ซักถำมความลับของข้า ข้าขอยอมรับตำมตรงว่าการที่จวนฮู่กั๋วกงถูกปล้นเกี่ยวข้องกับข้าจริง ๆ แต่เจตนาของข้ามีอยู่สองข้อ ข้อแรกคือข้าไม่ต้องการให้ศัตรูได้สิ่งของเหล่านั้นไปได้อย่ำงง่ำยๆ และอีกข้อคือ เพื่อเป็นเสบียงซึ่งจะช่วยให้การถูกเนรเทศไม่ลาบำกเกินไป”
เฮ่อจือหร่านอธิบำยเพียงเท่านี้ ไม่อาจพูดได้มากกว่านี้อีก
เพราะหากโม่จิ่วเยี่ยซักถำมไม่เลิก นางต้องเลือกไปจากที่แห่งนี้
เฮ่อจือหร่านมั่นใจว่าด้วยความสามารถของนาง ย่อมสามารถใช้ชีวิตอย่ำงสุขสบำยได้ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตำม ไม่จำเป็นต้องมาจมปลักที่นี่ ซ้ำยังถูกตั้งคำถำมบ่อยครั้งอีก
ส่วนชีวิตของคนสกุลโม่หลังจากนั้น นางก็หมดหนทำงจะช่วยแล้ว…
ผ่านไปนาน โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอย่ำงหนักแน่น “ข้าสัญญำว่าจะไม่ถำมเรื่องความลับของเจ้ำอีก”
สัญชำตญำณของชายหนุ่มบอกว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้พูดปด
อีกทั้งการกระทำของนางล้