ใช้เวลาประมาณห้านาทีในการทำลายม่านแสงชั้นแรก และตอนนี้กำลังเริ่มทำลายม่านแสงชั้นที่สองเกรงว่าเขาคงไม่สามารถอยู่รอให้เธอกลับมาช่วยได้แล้วการโจมตีของจักรพรรดินีวิญญาณรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตอนนี้เขาลดค่าพลังชีวิตของจักรพรรดินีวิญญาณไปได้แค่10% เท่านั้น โชคดีที่แม้ว่าการโจมตีจะน่ากลัว แต่มีเพียงสกิลเดียวเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นออกมา ทุกสามนาทีจะใช้หนึ่งครั้ง เย่ฮวาจึงต้องคว้าโอกาสในการหลบหลีกให้ได้มากที่สุด“ตูม!”เมื่อม่านแสงชั้นที่สองถูกทำลาย ในที่สุดเซ่เฟิงจึงไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป มันลุกขึ้นยืนอย่างเนิบช้าจากนั้นจึงกล่าวกับจิ้งหย่าว่า “ข้าสร้างม่านแสงนี้ขึ้นมาจากพลังงานอันเดดทั้งหมดในแดนนรกทุกชั้น แต่กลับไม่สามารถต้านเจ้าไว้ได้ ระดับบรรพกาลไม่ใช่สิ่งที่ควรเพิกเฉยจริงๆ”จิ้งหย่าขมวดคิ้ว เธอกล่าวด้วยน้าเสียงเย็นชา “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย วางมือซะ ไม่เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย”เซ่เฟิงหัวเราะดังสะท้านฟ้า ราวกับไม่เคยได้ยินเรื่องตลกขบขันเช่นนี้มาก่อน “วางมือ? วันตายของเจ้าใกล้มาถึงแล้ว เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้พูดกับข้าเช่นนี้?”เมื่อกล่าวจบ เซ่เฟิงจึงใช้ใบมีดเวทย์โบราณแทงเข้าใส่ร่างของจิ้งหย่าอาวุธของทั้งสองห่อหุ้มด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน คมดาบปะทะกันส่งผลให้พื้นที่รอบตัวจิ้งหย่าและเซ่เฟิงบิดเบี้ยวไปมา คลื่นลมและเสียงหวีดหวิดพัดกระจายไปรอบๆเมื่อพลังนั้นกระแทกเข้าใส่ร่างของเย่ฮวา ความรุนแรงท