ีญี่ปุ่น หลังจากผ่านการปรับเปลี่ยนบางส่วนจึงทำให้เขาดูเปี่ยมล้นด้วยแรงสังหารมากยิ่งขึ้นเย่ฮวารับการ์ดของหลิวหลีมา และมอบการ์ดของเขาให้เธอโดยเซ็นชื่อไว้ด้านล่างว่า “อีเย่กูโจว” จากนั้นก็ถามเธอไปว่า “จริงสิ ฉันยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลย”หลิวหลีพูดด้วยสีหน้าเขินอาย “ฉันชื่อหลิวหลี (刘黎)ออกเสียงเดียวกันกับหลิวหลี (琉璃) ที่อยู่ในเกมเลย”“อื้ม งั้นหลังจากนี้ฉันเรียกเธอว่าเสี่ยวหลีเหมือนเจ้ากวาจื่อแล้วกันนะ”เธอรับการ์ดด้วยความดีใจ พยักหน้าหงึกๆ ติดต่อกัน“อือๆๆ~”มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ก็แจกลายเซ็นให้เธอเช่นกัน แต่ที่น่าอายก็คือในการ์ดนั้นไม่ได้มีกวาจื่อร่วมเฟรมอยู่ในนั้นด้วยหลังจากนั่งลงบนโซฟา ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันตามปกติหลิวหลียังคงเขินอายจึงไม่ค่อยได้พูดเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ตอนที่ขนมถูกกินจนหมดเกลี้ยงเธอก็เริ่มร่วมพูดคุยสนทนาอย่างสนุกสนาน เธอเป็นคนช่างพูดและช่างสรรหาเรื่องมาคุยจนไม่มีช่องว่างให้หายใจตอนที่พวกเขารับประทานอาหารอันโอชะจนอิ่มแปล้ก็พบว่าเกือบจะสองทุ่มแล้ว เยว่เอ๋อร์และหลิวหลีเข้ากันได้เป็นอย่างดี พวกเธอยืนกรานที่จะไปเที่ยวกันต่อกวาจื่อแนะนำว่าจะไปต่อกันที่ KTV และเขาก็เลือกร้าน KTV ที่ดังที่สุดในเมืองนี้ ซึ่งเป็นร้านที่เย่ฮวาเพิ่งจะเข้าไปเป็นเจ้าของได้ไม่นาน ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นระหว่างทางมู่จื่อหานแอบเหลือบมองเขา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะกวาจื่อยังไม่รู้ว่า