ท่ามกลางลมหนาวที่พัดฝุ่นลอยฟุ้งขึ้นจากพื้นดินสุสานขนาดใหญ่พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพัง เย่ฮวายื่นโอสถอายุยืนให้ท่านโห่ว พลันกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คิดไม่ถึงเลยนะว่าท่านโห่วของพวกเราจะมีช่วงเวลาที่อยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย”ท่านโห่วกลืนโอสถอายุยืน เขากลอกตาใส่เย่ฮวาพลันกล่าวว่า “วงเวทย์ดาบปีศาจทลายมีประสิทธิภาพมากกับสิ่งมีชีวิตที่ดุร้าย และข้าคือหนึ่งในสัตว์ร้ายยุคโบราณ”เย่ฮวายักไหล่ จากนั้นก็ถามกลับไปว่า “ท่านจะให้ผมส่งท่านกลับไปรักษาตัวที่แดนสวรรค์ตอนนี้เลยไหม?”ท่านโห่วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายของเขาปรากฏแสงจางๆ ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาก็ลืมตาขึ้น “เจ้าหนู หากเจ้ามอบโอสถให้ข้า1,000 เม็ด ข้าจะยกของดีให้เจ้า สนใจไหมล่ะ?”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เย่ฮวาก็โยนถูกโอสถให้ท่านโห่วโดยไม่เสียเวลาคิดไตร่ตรอง ท่านโห่วรับไปนับจำนวนโอสถและเก็บใส่กระเป๋า เย่ฮวาถามด้วยรอยยิ้ม “ว่าไง?ไหนล่ะของดีของท่าน?”ท่านโห่วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาชี้ไปยังสถานที่ที่ห่างไกลออกไป “เจ้าตามข้าไปที่นั่นสิ”พูดจบ ท่านโห่วก็กลายร่างเป็นอสูรตัวใหญ่ลอยขึ้นสู่กลางอากาศและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ห่างไกลออกไปเย่ฮวาหันไปพูดกับมู่จื่อหาน “หลังจากนี้ฝากเธอดูแลต่อด้วยนะ”มู่จื่อหานพยักหน้าเบาๆ จากนั้นเย่ฮวาก็ควบม้าวายุล่าวิญญาณโลหิตตามท่านโห่วไป……เสียงลมพัดผ่านร่างไม่ขาดสาย เสื้อคลุมที่อยู่ด้านหลังกระพือตามแรงลมจนเก