ขายิ้มและเดินออกไปยังห้องรับแขกพร้อมกับเธอตอนที่เดินมาถึงทางเดินห้องรับแขกก็พบว่ามีชายหนุ่มกำลังนั่งรออยู่บนโซฟาผู้ชายคนนี้อายุราวๆ 15-16 ปี ใบหน้าของเขาแม้ว่าจะดูอ่อนเยาว์ แต่กลับมีดวงตาที่เฉียบคม เขากำลังนั่งจ้องโต๊ะกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบๆเขาก้าวเท้าไปด้านหน้าและเอ่ยถามเด็กผู้ชายคนนั้น“ไม่ทราบว่านายคือคนที่คุณมู่แนะนำมาใช่ไหม?”ชายหนุ่มคนนั้นเหลือบตามองมาที่เขาพร้อมกับยิ้ม“ใช่แล้ว นั่งลงสิ ฉันจะจับชีพจรให้”“อืม”แม้เย่ฮวาจะไม่ค่อยอยากเชื่อว่าเด็กผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาจะมีความเก่งกาจอย่างที่พูดไว้ แต่จากยาที่คุณมู่เคยมอบให้กับเขาก่อนหน้านี้ได้ผลยอดเยี่ยมจนเขาเชื่ออย่างสนิทใจเด็กผู้ชายคนนั้นยื่นนิ้วเรียวยาวมาวางบนข้อมือของเขา ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบราวกับถูกแช่แข็งไว้ สิ่งที่เย่ฮวาได้ยินเพียงอย่างเดียวคือเสียงลมหายใจที่ค่อนข้างถี่ของเขาหลังจากผ่านไปครึ่งนาที เด็กผู้ชายคนนั้นก็ดึงข้อมือกลับมา สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขณะพูดกับเย่ฮวาว่า “ขอฉันคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหม?” เย่ฮวาพยักหน้าเบาๆจากนั้นก็เดินนำเขาไปที่สวนด้านหลัง หลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ยาว เด็กผู้ชายคนนั้นก็พูดกับเขาด้วยเสียงทุ้มต่าว่า“เซลล์ภายในร่างกายของนายแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ แต่สิ่งนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อนายในเรื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน…”เย่ฮวาใจเต้นตึกๆ ขณะเอ่ยถาม “ผลกระทบอะไร?”อีกฝ่ายยิ้ม “ไม่ต้องกังวลหรอก มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร