้ายอะไร แต่นายต้องจำไว้ว่านายไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว”“เอ่อ…”เด็กชายคนนั้นยิ้ม เขาหยิบคัมภีร์สีฟ้าออกมาจากกระเป๋า กระดาษกลายเป็นสีเหลืองทั้งหมดแล้ว คาดว่าคงมีอายุไม่น้อยเลย เขายิ้ม “นี่เป็นความลับไม่ควรเปิดให้ใครอ่านโดยพลการ แต่ปู่มู่มีพระคุณต่อฉัน ดังนั้นฉันจะให้นายยืมไปอ่าน อีกหนึ่งเดือนฉันจะกลับมาเอา”“นี่คือ…”“ต่อให้บอกก็คงไม่ชัดเจนเท่ากับนายอ่านเอง”ระหว่างที่พูดอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นยืนทำท่าราวกับกำลังจะขอตัวกลับ“เดี๋ยวก่อน!”เย่ฮวาเรียกอีกฝ่ายไว้ จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นว่า “ฉันยังไม่รู้จักชื่อของนายเลย”อีกฝ่ายหยุดคิด จากนั้นก็หันมายิ้มให้เขา “ซ่าวเทียนอวี่”“ซ่าว…เทียนอวี่…ซ่าว…เดี๋ยวก่อนนะ!”จู่ๆ เย่ฮวาก็เบิกตาโพล่ง “นะ…นายคือเสี่ยวซ่าว 257เหรอ?”“ฉันเอง…”อีกฝ่ายยิ้ม “คิดไม่ถึงเลยนะว่านายจะจำฉันได้…อีเย่กูโจว”“บังเอิญจริงๆ เลย คิดไม่ถึงเลยว่าเราจะมาเจอกันครั้งแรกเพราะเรื่องนี้”อีกฝ่ายโบกมือพร้อมกับถอนหายใจออกมา “บางทีอาจจะเป็นเพราะโชคชะตาล่ะมั้ง ฉันคงอยู่นานกว่านี้ไม่ได้เอาเป็นว่านายตั้งใจอ่านหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน”พูดจบอีกฝ่ายก็หมุนตัวเดินออกไป หลังจากซ่าวเทียนอวี่เดินจากไป เย่ฮวาก็ยิ้มพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง“เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย เป็นถึงนักพรต…ไม่แปลกใจที่ความสามารถในเกมจะโหดขนาดนั้น ต้องเป็นผู้มีวรยุทธ์แน่ๆ…”เดี๋ยวก่อนนะ!คิดถึงเรื่องนี้เขาก็เหลือบมองหนังสือเล่มเก่าในมือหนังสือเล่