ซ้ายขึ้นและซัดเข้าใส่หน้าของชายหน้าเหี้ยมอย่างสุดแรงจนทำให้ร่างของชายคนนั้นหงายหลังลงไปกองกับพื้นจู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบบนร่างกาย ตอนที่ก้มหน้าลงก็พบว่ากริชในมือของอีกฝ่ายเพิ่งจะถากเข้าที่มือของเขาจนเกิดเป็นแผลลึก เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากฝ่ามือและหยดลงบนพื้นไม่หยุดมู่จื่อหานรีบเดินเข้ามาและใช้ผ้าเช็ดหน้ามาห้ามเลือดให้เขา เย่ฮวากวาดตามองทั้งสามคนด้วยสายตาเยือกเย็นชายหน้าเหี้ยมและชายผมแดงไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรเขาได้แล้ว ส่วนชายผมหยิกยังนอนขดตัวและอุดรูจมูกที่เลือดกำเดาไหลอยู่บนพื้นเย่ฮวากำผ้าเช็ดหน้าไว้เพื่อห้ามเลือด จากนั้นก็ใช้มือขวาจับมือมู่จื่อหานเพื่อออกไปจากที่นี่ หลังจากกลับเข้ามาด้านในร้าน มู่จื่อหานก็พูดด้วยน้าเสียงสะอึกสะอื้น“พวกเราไปโรงพยาบาลเถอะ”เมื่อเห็นเธอร้องไห้ เขาก็ยื่นมือออกไปเช็ดคราบน้าตาให้เธอด้วยนิ้วโป้ง “บาดเจ็บแค่เล็กน้อยเอง กลับไปหาพวกกวาจื่อก่อนดีกว่า พวกเขาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล อีกอย่างวันนี้ทุกคนมาสังสรรค์กันนะ อย่าทำให้งานกร่อยสิ”มู่จื่อหานยกมือซ้ายของเขาขึ้นมาก็พบว่าผ้าเช็ดหน้าชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสด มู่จื่อหานเห็นบาดแผลตรงหน้าก็ร้องไห้อีกครั้งด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวบาดแผลบนฝ่ามือมีความลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตรซึ่งมันก็ไม่ได้ลึกเท่าไหร่นัก พักฟื้นแค่สองสามวันก็หายเป็นปกติแล้ว เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันไม่เป็นไร เออนี่…ในกร